วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัฐบาล ‘ทรัมป์’เสนอตัดงบฯ“วีโอเอ”

รัฐบาล ‘ทรัมป์’เสนอตัดงบประมาณวอยซ์ ออฟ อเมริกา พร้อมปิดและปรับลด 17 ภาคภาษารวมภาษาไทยและลาว

เว็บไซท์วอยซ์ ออฟ อเมริกาภาคภาษาไทย รายงานว่า รัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เสนองบประมาณประจำปี2561 สำหรับองค์กรที่กำกับดูแลการสื่อสารระหว่างประเทศของรัฐบาลกลางสหรัฐ(บีบีจี)เป็นเงิน 685 ล้านดอลลาร์ ซึ่งลดลงราว13% จากตัวเลขของปีปัจจุบัน

ทั้งนี้ บีบีจีื็์ี่ัูื่่ัั เป็นหน่วยงานแม่ของวอยซ์ ออฟ อเมริกา(วีโอเอ),เรดิโอ ฟรี ยุโรป/เรดิโอลิเบอร์ตี้,ออฟฟิศ ออฟ คิวบัน บรอดแคสติ้ง, เรดิโอฟรี เอเชียและมิดเดิลอีสต์บรอดแคสติ้งเน็ตเวิร์คส์

โดยการตัดลดดังกล่าวจะเป็นในเรื่องของการส่งสัญญาณ การผลิตรายการและบุคลากร และเน้นการใช้ทรัพยากรเพื่อผลิตเนื้อหาออนไลน์และปรับปรุงการใช้สื่อดิจิทัล รวมทั้งจะมุ่งต่อต้านการโฆษณาชวนเชื่อของรัสเซีย ต่อสู้กับแนวความคิดแบบสุดโต่งที่ใช้ความรุนแรง และเพิ่มการผลิตรายการสำหรับเกาหลีเหนือและจีนด้วย

ในส่วนของวีโอเอ ซึ่งเป็นองค์กรด้านข่าวและการผลิตรายการที่สำคัญแห่งหนึ่งภายใต้ความดูแลของบีบีจี คำของบประมาณสำหรับปีหน้าซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2560 ถึงวันที่ 30 ก.ย. 2561 มีตัวเลขอยู่ที่ราว 199 ล้านดอลลาร์ โดยเป็นการลดงบประมาณดำเนินการสำหรับปีหน้าลงราว 20 ล้านดอลลาร์ และอาจส่งผลกระทบถึงการทำงานของภาคภาษาต่างๆ อาทิ มีการเสนอให้ลดการกระจายเสียงสำหรับผู้ฟังในอัฟกานิสถาน และประเทศแถบแอฟริกากลาง ยกเลิกการผลิตเนื้อหาในภาษามาเซโดเนียและภาษาเสปนสำหรับกลุ่มประเทศละตินอเมริกา

นอกจากนี้ ยังลดรายการวิทยุของภาคภาษาอินโดนีเซีย ภาษาลาว และภาษาจีนกลางลง ยุบเลิกภาคภาษาจีนกวางตุ้ง รวมทั้งลดการผลิตเนื้อหาและเจ้าหน้าที่ของวีโอเอภาคภาษาไทยลงประมาณ50% ด้วย

ที่ผ่านมา เคยมีการเสนอให้ยุบเลิกวีโอเอภาคภาษาไทยครั้งแรกเมื่อปี 2544 หรือเมื่อ 16 ปีที่แล้ว และในช่วงหลายปีต่อจากนั้น ก็มีความพยายามจากรัฐบาลสหรัฐอีกหลายครั้งเพื่อปิดวีโอเอภาคภาษาไทยแต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ

สำหรับในปีนี้ ความพยายามสอบถามผู้บริหารของวีโอเอเพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับเกณฑ์พิจารณาที่ใช้เพื่อยุบเลิกหรือลดการทำงานของภาคภาษาต่างๆ ซึ่งรวมถึงภาคภาษาไทยด้วยนั้นไม่ได้รับคำตอบ

อย่างไรก็ตาม ร่างงบประมาณประจำปี 2561 ที่รัฐบาลกลางสหรัฐเพิ่งจะเปิดเผยนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐสภา ซึ่งอาจมีการแปรญัตติเพิ่มหรือลดงบประมาณส่วนใดก็ได้ ดังนั้นคำของบประมาณจากประธานาธิบดีทรัมป์ดังกล่าวจึงยังไม่ถือว่าเป็นข้อสรุปท้ายสุด