บรรดานักวิจัยด้านความปลอดภัยไซเบอร์พบหลักฐานทางเทคนิคที่ชี้ว่าเกาหลีเหนืออาจเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ครั้งใหญ่ซึ่งสร้างความเสียหายแก่คอมพิวเตอร์กว่า 300,000 เครื่องใน 150 ประเทศทั่วโลกตั้งแต่วันศุกร์ (12 พ.ค.) ที่ผ่านมา
ไซแมนเทคและแคสเปอร์สกี แล็บ สองบริษัทชั้นนำซึ่งเชี่ยวชาญด้านระบบความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ เปิดเผยว่า รหัสบางตัวในมัลแวร์ “วอนนาคราย”(WannaCry)เวอร์ชันก่อนหน้านี้ เคยอยู่ในซอฟต์แวร์ที่ใช้โดย “ลาซารัส กรุ๊ป” ซึ่งนักวิจัยจากหลายบริษัทระบุตรงกันว่าเป็นหน่วยปฏิบัติการด้านการเจาะข้อมูลของเกาหลีเหนือ และเชื่อว่าอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีไซเบอร์บริษัทโซนี พิกเจอร์ เมื่อปี 2557 และยังต้องสงสัยว่าเจาะระบบของธนาคารกลางบังกลาเทศและแห่งอื่น ๆ ในระบบการเงินโลก
นายเคิร์ต บอมการ์ตเนอร์ นักวิจัยของแคสเปอร์สกีระบุว่า หลักฐานที่พบถือเป็นเงื่อนงำสำคัญในขณะนี้ และจำเป็นต้องมีการวิจัยวอนนาครายเวอร์ชันเก่าเพิ่มเติม อีกทั้งเชื่อว่าอาจเป็นกุญแจคลี่คลายปริศนาบางส่วนของเหตุโจมตีครั้งใหญ่นี้ได้
ด้านอินเทเซอร์ แล็ป บริษัทด้านความมั่นคงที่ตั้งอยู่ในอิสราเอล เห็นด้วยกับข้อสันนิษฐานที่ว่าแหล่งที่มาของมัลแวร์วอนนาครายคือเกาหลีเหนือ โดยนายอิทาย เทเวต ซีอีโอบริษัทยืนยันผ่านทวิตเตอร์ว่า เกาหลีเหนือเป็นแหล่งที่มาของวอนนาคราย และขอให้รอฟังรอข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม
ก่อนหน้านี้ นายนีล เมห์ตา นักวิจัยจากบริษัทกูเกิลทวีตรหัสคอมพิวเตอร์ที่แสดงให้เห็นถึงความคล้ายคลึงกันระหว่างมัลแวร์วอนนาครายกับความพยายามแฮกข้อมูลที่มีลักษณะเฉพาะของรัฐบาลเปียงยาง ซึ่งถือเป็นเงื่อนงำแรก ๆ ของแหล่งที่มาเหตุโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่





