ราคาน้ำมันทะยานกว่า1% ขานรับตัวเลขจ้างงานสหรัฐเพิ่มมากเกินคาด
สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าตลาดสหรัฐ ปิดวันศุกร์ ตามเวลาท้องถิ่น บวกกว่า 1% ขานรับตัวเลขจ้างงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐ หลังราคาดิ่งแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือน จากความกังวลเกี่ยวกับสต็อกน้ำมันในระดับสูง แม้มีความพยายามจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ในการปรับลดกำลังการผลิตลง
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนมิ.ย. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ ปรับตัวขึ้น 70 เซนต์ หรือ 1.5% ปิดตลาดที่ราคา 46.22 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากทรุดตัวลงมากกว่า 3% ในช่วงแรก ต่ำกว่าระดับ 44 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย.ปีที่แล้ว ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวขึ้น 72 เซนต์ หรือ 1.5% ปิดที่ราคา 49.10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ได้ปรับตัวลงราว 15% นับตั้งแต่ต้นปีนี้ ถึงแม้โอเปกและประเทศนอกกลุ่มพยายามลดกำลังการผลิตเพื่อกระตุ้นราคา
สหรัฐเปิด เผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่พุ่งขึ้นเกินคาด ซึ่งทำให้มีการคาดการณ์ว่าจะส่งผลให้มีการใช้น้ำมันมากขึ้น
กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้น 211,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. หลังจากเพิ่มขึ้นเพียง 79,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 4.4% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2550 หลังจากอยู่ที่ระดับ 4.5% ในเดือนมี.ค.
นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 185,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. และอัตราการว่างงานจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.6%
กระทรวงแรงงานสหรัฐระบุว่า ภาคเอกชนมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 194,000 ตำแหน่งในเดือนเม.ย. ขณะที่ภาครัฐจ้างงานเพิ่มขึ้น 17,000 ตำแหน่ง
ขณะเดียวกัน สหรัฐได้ผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% นับตั้งแต่กลางปี 2559 สู่ระดับ 9.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเกือบจะเทียบเท่าระดับการผลิตของรัสเซียและซาอุดิอาระเบีย
ทางด้านเจ้าหน้าที่จากกลุ่มโอเปก กล่าวว่า โอเปกและกลุ่มประเทศนอกโอเปกมีแนวโน้มที่จะบรรลุข้อตกลงขยายเวลาในการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน แต่จะไม่มีการปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มมากขึ้นจากระดับปัจจุบัน





