สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าสหรัฐ ปิดตลาดวันพฤหัสบดี ตามเวลาท้องถิ่น ปรับตัวลง เพราะถูกกดดันจากผลผลิตน้ำมันในสหรัฐที่เพิ่มขึ้น ด้านซาอุดิอาระเบีย ส่งสัญญาณขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันช่วงครึ่งปีหลัง
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนพ.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ ปรับตัวลง 17 เซนต์ ร่วงลงสี่วันติด ปิดตลาดที่ระดับราคา 50.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สวนทางกับสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ที่ปิดตลาดปรับตัวขึ้น 6เซนต์ ปิดที่ราคา 52.99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นายคาลิด อัล-ฟาลีห์ รมว.น้ำมันซาอุดิอาระเบีย กล่าวว่า การปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และประเทศนอกกลุ่มได้บรรลุข้อตกลงกันก่อนหน้านี้นั้น อาจจำเป็นต้องดำเนินต่อไป เพื่อช่วยพยุงราคาน้ำมัน ซึ่งคำกล่าวของนายอัล-ฟาลีห์ถือว่ามีน้ำหนักมาก เนื่องจากซาอุดิอาระเบียเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก
ทั้งนี้ โอเปก จัดการประชุมเมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยได้บรรลุข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิต 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน สู่ระดับ 32.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน และจากนั้นในกลางเดือนธ.ค. ผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปก ตกลงที่จะปรับลดกำลังการผลิตลง 558,000 บาร์เรลต่อวัน โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค.2560 และมีกำหนดเป็นเวลา 6 เดือน ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมิ.ย.ปีนี้
กลุ่มโอเปก จะพบปะกับผู้ผลิตน้ำมันจากประเทศนอกกลุ่มในวันที่ 25 พ.ค. เพื่อตัดสินใจว่าจะมีการขยายเวลาการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันจนถึงสิ้นปีนี้หรือไม่
อย่างไรก็ดี การเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันของสหรัฐ เป็นปัจจัยบั่นทอนความพยายามของกลุ่มโอเปก ในการปรับลดการผลิตเพื่อแก้ไขภาวะน้ำมันล้นตลาดที่ดำเนินมานับตั้งแต่กลางปี 2557
เบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะบ่อน้ำมันสหรัฐ เปิดเผยว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันที่มีการใช้งานในสหรัฐในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 13 เม.ย. มีจำนวนเพิ่มขึ้น 11 แท่น สู่ระดับ 683 แท่น ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี และเป็นการเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 13 ติดต่อกัน
ขณะนี้ สหรัฐมีการผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 9.24 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้สหรัฐเป็นประเทศที่มีการผลิตน้ำมันมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากรัสเซีย และซาอุดิอาระเบีย





