รัสเซีย ระบุว่า สหรัฐ อังกฤษ และฝรั่งเศส ซึ่งให้การสนับสนุนข้อมตินี้เร่งรีบที่จะตัดสินความผิด ทั้งที่ขณะนี้ยังคงอยู่ในระหว่างขั้นตอนการสอบสวนซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามหลักกฏหมาย
ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ไม่สามารถออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีพลเรือนด้วยอาวุธเคมี ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบรายในซีเรียได้ หลังจากรัสเซียซึ่งเป็นสมาชิกถาวรในยูเอ็นเอสซี และเป็นพันธมิตรสำคัญของรัฐบาลซีเรีย ภายใต้การนำของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ใช้สิทธิวีโต้ข้อมติดังกล่าว
ข้อมติของยูเอ็น ประณามการสังหารผู้บริสุทธิ์ด้วยอาวุธเคมีและเรียกร้องให้รัสเซีย ซึ่งเป็นพันธมิตรของซีเรีย ให้ความร่วมมือกับประชาคมโลก ในการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งรัสเซียใช้สิทธิวีโต้ข้อมติเกี่ยวกับซีเรียเป็นครั้งที่ 8 แล้ว นับตั้งแต่เกิดสงครามกลางเมืองในซีเรีย
ทั้งนี้ รัสเซีย ระบุว่า สหรัฐ อังกฤษ และฝรั่งเศส ซึ่งให้การสนับสนุนข้อมตินี้เร่งรีบที่จะตัดสินความผิด ทั้งที่ขณะนี้ยังคงอยู่ในระหว่างขั้นตอนการสอบสวนซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามหลักกฏหมาย
ขณะที่ นางนิกกี เฮลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำยูเอ็น ซึ่งทำหน้าที่ประธานยูเอ็นเอสซีในปัจจุบัน ระบุว่า การใช้สิทธิวีโต้ของรัสเซีย สะท้อนให้เห็นว่า รัสเซียปฏิเสธที่จะทำให้เกิดความชัดเจน และปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือกับการสอบสวนของยูเอ็น ทั้งยังปฏิเสธที่จะช่วยรักษาสันติภาพในซีเรีย แต่เลือกที่จะเข้าข้างนายอัสซาด แม้ว่าทั่วโลก ซึ่งรวมถึงโลกอาหรับ รวมตัวกันประณามรัฐบาลที่สังหารประชาชนก็ตาม





