ชาวสิงคโปร์ใช้อุปกรณ์ดิจิทัลกว่า 12 ชั่วโมงต่อวัน กลุ่มเป้าหมาย 1 ใน 3 เผยได้รับผลเสียต่อการนอน ส่วนผู้เชี่ยวชาญแนะหลายฝ่ายควรให้ความรู้เกี่ยวกับวินัยการใช้เทคโนโลยี
ผลสำรวจจัดทำเมื่อเดือน ก.พ. เผยว่า ชาวสิงคโปร์ใช้อุปกรณ์ดิจิทัล อาทิ โทรศัพท์มือถือ แทบเล็ต คอมพิวเตอร์ และวีดิโอเกม เฉลี่ย 12 ชั่วโมง 42 นาทีต่อวัน โดยโทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์ที่ผู้คนใช้เวลามากที่สุดที่ 3 ชั่วโมง 12 นาที
การศึกษาชิ้นนี้ระบุว่า 95% ของกลุ่มเป้าหมายใช้โทรศัพท์มือถือ และ 80% ของผู้ที่ใช้โทรศัพท์มือถือ ใช้อุปกรณ์ชนิดนี้ตั้งแต่เมื่อตื่นนอน จนถึงก่อนเข้านอน
นอกจากนี้ เกือบ 30% ของกลุ่มเป้าหมายในการสำรวจบอกว่า รู้สึกถึงผลกระทบต่อการนอนจากการใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ แต่กลุ่มเป้าหมายจำนวนใกล้เคียงกันบอกว่า การใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ส่งผลดีต่อการนอน
ขณะเดียวกัน 90% ของกลุ่มเป้าหมาย ระบุว่า กิจกรรมที่ทำมากที่สุดระหว่างใช้อุปกรณ์ดิจิทัล คือ การอ่านอีเมลส่วนตัว ส่วน 1 ใน 3 ของกลุ่มเป้าหมายยอมรับว่า ตัวเองติดสมาร์ทโฟนและแทบเล็ต
นางสาวแมรี่่ โอ พนักงานขายสินค้าวัย 26 ปี กล่าวว่า สมาร์ทโฟนทำให้เสียเวลานอนไป 3-4 ชั่วโมงในแต่ละคืน เพราะชอบเล่นเกม และต้องการเล่นให้ถึงด่านต่อไปให้ได้ จึงเข้านอนเวลา 03.00 น. ทุกวัน
ด้านนายนาธาเนียล หว่อง นักศึกษาวัย 22 ปี บอกว่า เขาใช้อุปกรณ์ดิจิทัล 12 ชั่วโมงต่อวัน โดยใช้สำหรับการศึกษา 5 ชั่วโมง และใช้โซเชียลมีเดียอีก 7 ชั่วโมง ซึ่งทำให้เขานอนดึกทุกเช่นกัน และกว่าจะนอนได้เวลาก็เลยมาถึง 02.00 น. แล้ว
นางลินดา เอี่ยว แม่บ้านวัย 54 ปี ใช้เวลากับโทรศัพท์มือถือ 5-6 ชั่วโมงต่อวัน แต่บอกว่า การใช้โทรศัพท์มือถือก่อน 23.00 น. ไม่กระทบต่อการนอน เพราะถึงแม้ไม่ใช้โทรศัพท์มือถือ ก็ต้องดูโทรทัศน์อยู่ดี
ถึงอย่างนั้น นางสาวกราเซีย โอว์ นักศึกษาวัย 20 ปี เล่าให้ฟังว่า เธอใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คบ่อยมาก จนหลังและไหล่ปวดตลอดเวลา และถ้าหากนับเวลาใช้โทรศัพท์มือถือและโน้ตบุ๊ครวมกัน ก็จะกินเวลาเกือบ 15 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งส่วนใหญ่เธอใช้ทำการบ้าน แต่ก็ใช้ท่องโลกโซเชียลราว 2 ชั่วโมงด้วย
ดร. ไมเคิล เนทซ์ลีย์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการจากศูนย์พัฒนาการบริหารมหาวิทยาลัยการจัดการสิงคโปร์ บอกว่า ผู้คนใช้เวลากับอุปกรณ์ดิจิทัลมากเกินไป ขณะที่มนุษย์ไม่เก่งด้านการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน สมองมีความสามารถจำกัดอยู่แล้ว การใช้โทรศัพท์มือถือขณะทำอย่างอื่นไปด้วยจึงจำกัดความสามารถของสมองลงอีก
เขาบอกอีกว่า การใช้อุปกรณ์เหล่านี้ยังส่งผลต่อการเข้าสังคมและสุขภาพด้วย ดังนั้นสถานที่ทำงาน โรงเรียน และแม้แต่สื่อ ควรให้ความรู้เกี่ยวกับวิจัยในการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ เพราะปัญหาไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยี แต่เกิดจากการขาดวินัยในการใช้เทคโนโลยี





