เหตุนักลงทุนหวั่นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐชะงัก หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ล้มเหลวผลักดันกฎหมายประกันสุขภาพ
ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ปิดตลาดวันจันทร์ ปรับตัวร่วงลง โดยดัชนีดาวโจนส์อ่อนตัวลงติดต่อกันเป็นวันทำการที่ 8 ซึ่งจะเป็นการปรับตัวในช่วงขาลงที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2554
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ร่วงลง45.74 จุดหรือ 0.22% ปิดที่ 20,550.98 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วงลง 2.39 จุดหรือ 0.10% ปิดที่ 2,341.59 จุดและดัชนีแนสแด็ก ปรับตัวเพิ่มขึ้น 11.64 จุดหรือ 0.2 % ปิดที่ 5,840.37 จุด
ในเดือนมี.ค.นี้ ดัชนีดาวโจนส์ทำสถิติทรุดตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2559 โดยมีหุ้นกลุ่มการเงินดิ่งลงนำตลาด ส่วนหุ้นโกลด์แมน แซคส์ ร่วงลงมากที่สุดในการซื้อขายช่วงแรก
ทั้งนี้ นักลงทุนมีความไม่มั่นใจต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากที่เขาไม่สามารถผลักดันร่างกฎหมายประกันสุขภาพ “อเมริกันเฮลธ์แคร์” ผ่านสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อวันศุกร์
การที่ปธน.ทรัมป์ต้องยอมถอนร่างกฎหมาย “อเมริกันเฮลธ์แคร์” ซึ่งจะนำมาแทนกฎหมายประกันสุขภาพ“โอบามาแคร์” ออกจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ถือได้ว่าเป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่ครั้งแรกในสภานิติบัญญัติของปธน.ทรัมป์ นับตั้งแต่ที่เขาเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 ม.ค.
ปธน.ทรัมป์ไม่สามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนจากสมาชิกพรรครีพับลิกันได้ ทั้งที่พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากในทั้งสองสภาของสภาคองเกรส ทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงความสามารถของปธน.ทรัมป์ในการเดินหน้าผลักดันนโยบายอื่นๆ ซึ่งรวมถึง การปฏิรูปภาษี และการใช้จ่ายงบประมาณในโครงการสาธารณูปโภค ตามที่เขาเคยให้คำมั่นสัญญาไว้ในระหว่างการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง





