นักวิจัยเผย มลพิษชั้นผิวโอโซนในบรรยากาศกำลังทำลายผลผลิตข้าวในจีน และคุกคามความมั่นคงด้านอาหารของโลก
นายโคลิน คาร์เตอร์ ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐกิจการเกษตรและทรัพยากรแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส ระบุว่า ชั้นบนของโอโซนอาจส่งผลกระทบทางลบต่อผลผลิตข้าวอย่างหนัก โดยอาจได้รับผลกระทบมากถึง 2% นับเป็นสถิติที่สำคัญเนื่องจากจีน ผลิตข้าวในสัดส่วน 30% ของการผลิตข้าวทั่วโลก แต่มีเพียง 8% เท่านั้นที่ถูกนำไปขายในตลาดโลก ผลผลิตที่เหลือนำไปบริโภคภายในประเทศ ซึ่งหมายความว่า ผลผลิตข้าวในจีนที่ลดลงอาจส่งผลกระทบต่อประเทศยากจนด้วย
ทั้งนี้ มลพิษชั้นผิวโอโซนมีความสัมพันธ์โดยตรงกับมลพิษจากไนโตรเจนไดออกไซด์ที่มาจากไอเสียของรถยนต์ โรงไฟฟ้า และโรงกลั่นน้ำมัน ที่เป็นผลพวงจากการพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรม ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในจีน
นายคาร์เตอร์ระบุด้วยว่า ตัวแปรที่สำคัญอื่นๆคือการที่จีนประสบความล้มเหลวในการแก้ปัญหามลภาวะมลพิษ ทำให้สถานการณ์เรื่องนี้เลวร้ายลง ซึ่งหากตั้งข้อสังเกตดีๆ จะเห็นว่ามลพิษในชั้นโอโซนในจีนเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดความสูญเสียเพิ่มขึ้นตามมา ทั้งยังส่งผลกระทบต่อตลาดข้าวโลก ทำให้ราคาข้าวเพิ่มขึ้น 20% ในอีกหลายปีข้างหน้า โดยเฉพาะในแอฟริกา อินเดีย ปากีสถาน
ผลวิจัยชิ้นนี้ ยังกล่าวว่า ราคาข้าวอาจคุกคามความมั่นคงทางอาหารของโลก ทำให้ชาติยากจนที่สุดในโลก ซึ่งพึ่งพาข้าวเป็นหลัก มีความเสี่ยงที่จะเผชิญภาวะทุพโภชนาการและขาดแคลนอาหารมากขึ้น





