นักวิจัยสวีเดนรายงานว่า อุณหภูมิที่เพิ่มสูงอาจทำให้ระดับสารปรอทในปลาเพิ่มจากระดับปัจจุบันถึง 7 เท่า
งานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารไซน์ส แอดวานซ์ ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพิ่มระดับเมทิลเมอร์คิวรีอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และการที่ฝนตกหนักมากเป็นพิเศษจะชำระล้างอินทรีย์วัตถุไหลลงทะเล เปลี่ยนแปลงห่วงโซ่อาหาร เพิ่มชั้นของสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อน ช่วยหนุนให้ปริมาณสารปรอทเข้มเข้นยิ่งขึ้น
นายเอริก บียอร์น จากมหาวิทยาลัยอูมีโอในสวีเดน กล่าวว่า เมื่อแบคทีเรียเพิ่มจำนวนมากขึ้นในน้ำ ผู้ล่าชนิดใหม่ที่กินแบคทีเรียเป็นอาหารก็เพิ่มจำนวนขึ้นด้วย หากโลกร้อนที่สุดตามที่คณะกรรมการระหว่างประเทศ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศคาดการณ์ไว้ อินทรีย์สารจะลดลงอีก 15-20% ภายในสิ้นศตวรรษนี้ ส่งผลให้ระดับเมทิลเมอร์คิวรี หรือปรอทอินทรีย์ในแพลงตอนสัตว์ ซึ่งอยู่ชั้นล่างสุดของห่วงโซ่อาหาร เติบโตขึ้นราว 2-7%
สารปรอท เป็นโลหะมีพิษที่สุดชนิดหนึ่งของโลก องค์การอนามัยโลก จัดให้เป็นหนึ่งในภัยคุกคามด้านสาธารณสุข แต่ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก โดยเฉพาะในการทำเหมืองทองคำ และการได้รับสารปรอทในระดับสูง มีฤทธิ์ทำลายระบบประสาท เป็นอัมพาต และทำให้เด็กสติปัญญาบกพร่อง
เหตุการณ์ที่โด่งดังเป็นข่าวไปทั่วโลกจากพิษของปรอทคือโรคมินามิตะ ในญี่ปุ่นในปี 2499 เมื่อน้ำเสียที่ปล่อยจากโรงงานอุตสาหกรรมไหลลงสู่อ่าวมินามิตะปนเปื้อนสารปรอทเมทิลเมอร์คิวรี่ส่งผลให้คนที่บริโภคปลา ที่มีการปนเปื้อนสารปรอทต้องเสียชีวิตมากว่า 100 คน และต้องทนทุกข์ทรมานจากพิษของสารปรอทอีกหลายพันคน





