ชาวอเมริกันชุมนุม พร้อมประกาศต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมและความยุติธรรม ในยุครัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของ "โดนัลด์ ทรัมป์"
นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเรือนในสหรัฐ เปิดฉากการชุมนุมนาน 1 สัปดาห์ เมื่อวานนี้ โดยผู้ชุมนุมหลายพันคนได้รวมตัวกันเดินเท้าไปยังอนุสรณ์สถานแห่งชาติ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลนักจากอาคารรัฐสภา อันเป็นสถานที่ที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ จะสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐ ในวันที่ 20 มกราคมที่จะถึงนี้
สาธุคุณอัล ชาร์ปตัน ซึ่งเป็นนักรณรงค์สิทธิพลเรือนชื่อดังและเป็นแกนนำในการชุมนุม บอกว่าที่เดินขบวนมาในวันนี้ ไม่ได้มาเพื่อเรียกร้องต่อนายทรัมป์ เพราะนายทรัมป์ได้ประกาศชัดเจนแล้วว่าจะดำเนินนโยบายอย่างไร แต่ผู้ชุมนุมเดินทางไปเพื่อเรียกร้องพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ให้คอยทำหน้าที่ถ่วงดุลอำนาจของนายทรัมป์
ผู้ชุมนุมฝ่าอุณหภูมิหนาวเหน็บไปรวมตัวกัน เพื่อแสดงการสนับสนุนสิทธิของชนกลุ่มน้อยกลุ่มต่างๆ รวมถึงเพื่อสนับสนุนกฎหมายประกันสุขภาพของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ซึ่งนายทรัมป์ประกาศจะหยิบยกขึ้นมาแก้ไข
สาธุคุณชาร์ปตันยังเรียกร้องให้ตำรวจทบทวนวิธีปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อย หลังจากเมื่อปี 2557 เกิดเหตุตำรวจยิงชายผิวสีไม่มีอาวุธ จนเสียชีวิตหลายครั้ง ทำให้ผู้คนทั่วอเมริกาลุกขึ้นชุมนุมประท้วง และมีการเคลื่อนไหวระดับรากหญ้าของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “แบล็ค ไลฟ์ส แมทเทอร์” (Black Lives Matter) แต่นายทรัมป์และสมาชิกพรรครีพับลิกันหลายคน กลับวิจารณ์กลุ่มนี้ว่ามองตำรวจแง่ร้าย ทั้งที่ตำรวจต้องทำงานเสี่ยงอันตราย





