หลังเฟดประกาศขึ้นดอกเบี้ย และหลังจากปิดตลาดวันอังคารดีดตัวแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ใกล้ระดับ 20,000 จุด
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดตลาดวันพุธ ปรับตัวลง118.48 จุดหรือ 0.6% ปิดตลาดที่ 19,792.73 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วง 18.42 จุดหรือ 0.81 % ปิดที่ 2,253.3 จุดและดัชนีแนสแด็ก ลบ27.16 จุดหรือ 0.5 % ปิดที่ 5,436.67 จุด
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (เอฟโอเอ็มซี) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอีก 0.25% สู่ระดับ 0.50-0.75% ในการประชุมเมื่อวันพุธ ตามเวลาท้องถิ่น ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้
นอกจากนี้ เอฟโอเอ็มซียังปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐาน สู่ระดับ 1.25% จากเดิมที่ระดับ 1% ซึ่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมครั้งนี้ นับเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในปีนี้ และครั้งที่ 2 ในรอบเกือบ 10 ปี
หุ้นกลุ่มการเงินดิ่งลงนำตลาดในวันนี้ ขณะที่หุ้นโกลด์แมน แซคส์เป็นหุ้นที่ฉุดตลาดลงมากที่สุด
ทั้งนี้ ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ทะยานขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่วันที่ 8 พ.ย. ซึ่งเป็นวันที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ และขณะนี้ดัชนีดาวโจนส์อยู่ห่างจากระดับ 20,000 จุดเพียง 1% และสามารถปิดตลาดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 16 วันนับตั้งแต่เสร็จสิ้นการเลือกตั้งในสหรัฐ
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยในเดือนพ.ย. โดยเพิ่มขึ้น 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากพุ่งขึ้น 2 เดือนติดต่อกัน โดยยอดค้าปลีกในเดือนพ.ย.ได้รับผลกระทบจากยอดจำหน่ายรถยนต์ที่ลดลง ส่วนนักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่ายอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนพ.ย. และเมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 3.8% ในเดือนพ.ย.เวบ





