นักวิชาการคาดจีนได้ประโยชน์มากที่สุดหากข้อตกลงทีพีพีล้มก่อนมีผลบังคับใช้ ขณะที่ 3 ชาติอาเซียนอย่างมาเลเซีย เวียดนาม และสิงคโปร์เสียหายหนัก
ผลการศึกษาของสถาบันปีเตอร์สันเพื่อเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศชี้ว่า หากมีการล้มข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก หรือทีพีพี จีนจะได้ประโยชน์มากที่สุด เพราะไม่ได้อยู่ในข้อตกลงนี้ และเตรียมเสนอข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจแบบครอบคลุมในภูมิภาค หรืออาร์ซีอีพี ที่ไม่มีสหรัฐรวมอยู่ด้วย และโครงการเส้นทางสายไหมในศตวรรษที่ 21
นอกจากนี้ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคนี้ที่ไม่ได้อยู่ในทีพีพีอย่างไทย ฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และกัมพูชาก็น่าจะได้ประโยชน์ด้วยเช่นกัน
ส่วนประเทศที่จะได้เสียประโยชน์อย่างมาก รวมไปถึงมาเลเซียเพราะหากทีพีพียังบังคับใช้ จะทำให้เศรษฐกิจมาเลเซียเติบโตอีก5.5% ภายในปี 2568 และจะช่วยให้สามารถส่งออกน้ำมันปาล์มไปสหรัฐโดยไม่เสียภาษี
เช่นเดียวกับเวียดนามที่เศรษฐกิจยังค่อนข้างปิดอยู่มาก ทีพีพีจะช่วยให้เวียดนามส่งออกข้าว อาหารทะเล สิ่งทอ และสินค้าราคาถูกไปยังอีก 11 ชาติสมาชิกโดยไม่เสียภาษี และอาจจะทำให้เศรษฐกิจโตอีก10% ภายในปี 2568
ส่วนอีกประเทศที่จะเสียหายหนักคือสิงคโปร์ หนึ่งในแกนนำก่อตั้งทีพีพี ที่หวังจะได้ประโยชน์จากการที่ภาคบริการ เช่น การเดินเรือ การเงิน ขยายตัวตามการค้าโลกและภูมิภาค
รายงานดังกล่าวมีขึ้นหลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐประกาศจะถอนตัวจากสมาชิกทีพีพีตั้งแต่วันแรกที่เข้าบริหารประเทศ เพราะมองว่าทำให้ประเทศเสียประโยชน์มหาศาล ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าอาจมีการล้มข้อตกลงหรือปรับแก้เงื่อนไขบางส่วนเพื่อให้นายทรัมป์เปลี่ยนใจ





