ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าในอนาคตอาจเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่คร่าชีวิตประชาชนนับล้านคนหลังเกิดแผ่นดินไหวเขย่าบริเวณ “วงแหวนแห่งไฟ” บ่อยครั้ง
บรรดาผู้เชี่ยวชาญจากสำนักสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐ หรือยูเอสจีเอส ระบุว่า ใน 30 ปีข้างหน้า พื้นที่ชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงเมืองใหญ่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เช่น ลอสแองเจลิสและซานฟรานซิสโก มีความเสี่ยงสูง 51% ที่จะเกิดแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงระดับ 7 หรือรุนแรงกว่านั้น และมีโอกาสสูงถึง 98% ที่จะเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6 หรือรุนแรงกว่านั้น ซึ่งจะส่งผลให้มีประชาชนเสียชีวิตหลายล้านคน
ขณะที่ผลการทดสอบฉุกเฉินโดยคาสคาเดีย ไรซิง บ่งชี้ว่า รอยเลื่อนซานแอนเดรียส บริเวณใต้รัฐแคลิฟอร์เนีย มีศักยภาพก่อแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 8.3
นครซานฟรานซิสโกเคยประสบแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดเมื่อปี 2449 ที่คร่าชีวิตผู้คนกว่า 3,000 คนและ 80% ของเมืองพังพินาศ
ด้านดร.โรเจอร์ มุสสัน นักวิชาการด้านการสำรวจธรณีวิทยาจากมหาวิทยาลัยควีนส์ เบลฟาสต์ในสาธารณรัฐไอร์แลนด์เหนือและนักเขียนหนังสือเกี่ยวกับภัยแผ่นดินไหวระบุว่า แม้เป็นเรื่องยากที่จะชี้ชัดว่าแผ่นดินไหวใหญ่จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่แผ่นดินไหวรุนแรงเข่นฆ่าชีวิตผู้คนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และอาจเกิดขึ้นอีกได้ทุกเมื่อโดยไม่มีสัญญาณเตือน
คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเมื่อเช้าวันอังคาร (22 พ.ย.) ญี่ปุ่นและนิวซีแลนด์ ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของวงแหวนแห่งไฟ ต่างประสบกับแผ่นดินไหวระดับความรุนแรงกว่าระดับ 6 ส่วนอาร์เจนตินาเผชิญกับแผ่นดินไหวขนาด 6.4 เมื่อวันอาทิตย์ (20 พ.ย.) และหากลากเส้นเป็นสี่เหลี่ยมจะพบว่ามุมที่หายไปชี้ไปที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเผชิญแผ่นดินไหวขนาดเล็กหลายสิบครั้งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา




