ทั่วโลกต่างจับตาผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ในวันที่ 8 พ.ย. ตามเวลาของสหรัฐอย่างใกล้ชิด และนี่เป็นสถานการณ์จำลองหลังรู้ผลแล้ว
คอการเมืองโลก ต่างลุ้นรอดูผลศึกเลือกตั้ง เพื่อชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐวันที่ 8 พ.ย.ตามเวลาสหรัฐอย่างใจจดใจจ่อ ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ที่เทไปยังนางฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนจากพรรคเดโมแครต มากกว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน ต่อไปนี้ คือสถานการณ์จำลอง ที่จะวิเคราะห์ว่า สถานการณ์การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของสหรัฐและของโลก จะดำเนินไปอย่างไร หากนายทรัมป์หรือนางคลินตัน ได้เป็นประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐ
หากฮิลลารี คลินตันชนะ
กรณี “ฮิลลารี คลินตัน” ชนะเลือกตั้งครั้งนี้ ศาสตราจารย์โธมัส สกอตโต ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยสตรัทไคลด์ ในอังกฤษ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเลือกตั้งผู้นำสหรัฐ วิเคราะห์แนวโน้มต่าง ๆ ไว้น่าสนใจ
ในเรื่องเศรษฐกิจ ศาสตราจารย์สกอตโต มองว่า ตลาดการเงินจะสงบและนักลงทุนรู้สึกโล่งใจ บริษัทต่างๆจะรู้ดีว่าจะได้อะไรจากการที่นางคลินตันได้เป็นประธานาธิบดี และจะมีกระบวนการปกครองอย่างเป็นระเบียบแบบแผน
ส่วนเรื่องนโยบาย ศาสตราจารย์สกอตโต วิเคราะห์ว่า นางคลินตันจะสานต่อนโยบายของประธานาธิบดีโอบามา แต่จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงนโยบายทั้งหมดใหญ่ได้ เนื่องจากยังมีบาดแผลทางการเมืองที่ส่งผลต่อความไว้เนื้อเชื่อใจที่ชาวอเมริกันมีต่อเธอ พร้อมกับชี้ว่า พรรครีพับลิกันและโดยเฉพาะนักเคลื่อนไหว จะทำทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางการเป็นผู้นำของนางคลินตัน
ขณะที่เรื่องบทบาทในซีเรีย ศาสตราจารย์สกอตโต กล่าวว่า นางคลินตันจะยังคงให้สหรัฐมีบทบาทสำคัญในสงครามซีเรียต่อไป แม้หลายคนจะมองว่า เธอเป็นสายเหยี่ยวในด้านนโยบายการต่างประเทศ แต่เธอเองก็เคยเสียคะแนนนิยมมาแล้วจากการสนับสนุนสงครามในอิรัก
หากโดนัลด์ ทรัมป์ชนะ...
กรณี “โดนัลด์ ทรัมป์” ชนะเลือกตั้ง ศาสตราจารย์สกอตโต วิเคราะห์ว่า ตลาดทุนและตลาดเงินทั้งของสหรัฐและหลายภูมิภาคทั่วโลก จะมีปฏิกิริยาในทางลบ และอาจถึงขึ้นเทขายเงินดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากตลาดหวั่นเกรงว่าค่าเงินดอลลาร์จะร่วง
การที่นายทรัมป์ชนะ จะเป็นการบ่อนทำลายความมั่นใจต่อระบบการเมืองของสหรัฐ โดยเฉพาะในหมู่บริษัทและนักลงทุนจากต่างชาติ ส่วนพันธมิตรด้านการค้าของสหรัฐจะลำบากใจมากขึ้น เพราะกลัวว่า นายทรัมป์อาจเข้ามาเปลี่ยนแปลงกฏระเบียบการค้าแบบฉับพลัน และท้ายที่สุด อาจนำไปสู่สงครามการค้า
ส่วนเรื่องนโยบาย ถ้านายทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง นักวิเคราะห์มองว่านโยบายทางการเมืองของสหรัฐจะแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับนโยบายการเมืองของประธานาธิบดีโอบามา
ศาสตราจารย์สกอตโตวิเคราะห์ว่า นายทรัมป์จะยุบโครงการมากมายในยุคของนายโอบามา แต่จะไม่สามารถทำตามนโยบายสร้างกำแพงกันชายแดนได้จริง พร้อมกับเตือนว่า การเป็นผู้นำของนายทรัมป์ อาจทำให้ประเทศถอยหลังในแง่ของการปฏิบัติต่อผู้หญิงและชนกลุ่มน้อย
นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเรื่องคำพูดของนายทรัมป์ต่อชาวมุสลิม ชาวเม็กซิกัน และผู้ลักลอบเข้าประเทศสหรัฐ ว่าอาจจุดชนวนความขัดแย้งทางเชื้อชาติครั้งใหญ่ขึ้นในประเทศ
ขณะที่เรื่องบทบาทในซีเรีย แม้ว่านายทรัมป์ลั่นวาจาไว้ว่า จะถล่มไอเอสให้ราบคาบ แต่ศาสตราจารย์สกอตโต วิเคราะห์ว่า หากได้เป็นประธานาธิบดี นายทรัมป์จะหยุดส่งทหารเข้าไปรบในสงครามซีเรีย
ศาสตราจารย์สกอตโตคาดการณ์ด้วยว่า นายทรัมป์จะถอนสหรัฐออกจากสงคราม ซึ่งจะเป็นการส่งสัญญาณให้รัสเซียเข้าไปดูแลพื้นที่สู้รบเอง และนายทรัมป์อาจไม่สานต่อพันธกิจของสหรัฐ ที่มีต่อองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต





