วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แอมเนสตีเผย ตร.อิตาลี ทำร้าย ‘ผู้อพยพ’

แอมเนสตี้เผย ตำรวจอิตาลีซ้อมทรมานและล่วงละเมิดผู้ลี้ภัยในค่ายอพยพฉุกเฉินหลายแห่ง เพื่อดำเนินการได้ทันตามมาตรการของอียู

รายงานชุดใหม่ขององค์กรนิรโทษกรรมสากล (แอมเนสตี อินเตอร์เนชันแนล) เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี (3 พ.ย.) ระบุว่า ตำรวจอิตาลีใช้กระบองทุบตีและใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าบังคับผู้อพยพพิมพ์ลายนิ้วมือ ตามเงื่อนไขของสหภาพยุโรป (อียู) หลายกรณีเป็นไปได้ว่ามีการซ้อมทรมานและล่วงละเมิดผู้อพยพ

รายงานฉบับนี้ซึ่่งได้ข้อมูลจากปากคำผู้อพยพกว่า 170 คน วิจารณ์ว่า อียูกดดันให้อิตาลีดำเนินมาตรการเข้มงวดกับผู้ลี้ภัยและผู้อพยพ นำไปสู่การขับไล่คนเหล่านี้ด้วยวิธีการนอกกฎหมาย

อียูกำหนดให้อิตาลีต้องพิมพ์ลายนิ้วมือผู้เข้าประเทศรายใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้คนเหล่านี้ขอลี้ภัยในประเทศอื่น ๆ ในอียูได้อีก ดังนั้นผู้อพยพบางคนจึงไม่อยากให้ลายนิ้วมือ ด้วยหวังว่าพวกเขาจะเดินทางไปขอลี้ภัยยังประเทศอียูอื่น ๆ ต่อไป ผู้ที่ปฏิเสธไม่ยอมพิมพ์ลายนิ้วมือหลายคนเคยถูกเจ้าหน้าที่ทำร้าย 

รายงาน 24 ชิ้นที่เกี่ยวกับการดูแลอย่างไร้มนุษยธรรมและกดขี่ข่มเหง พบว่า มีการทำร้ายร่างกาย 16 กรณี ผู้อพยพอีกหลายคนบอกว่า เคยถูกเจ้าหน้าที่ใช้เครื่องช็อตไฟฟ้า หรือถูกล่วงละเมิดทางเพศ 

แอมเนสตีอ้างว่า เนื่องจากอียูไม่สามารถสร้างระบบขอลี้ภัยที่น่าเชื่อถือได้ จึงต้องใช้วิธีการแบบขอไปที ซึ่งสร้างแรงกดดันให้ทางการอิตาลี เนื่องจากพวกเขาต้องปฏิบัติคำสั่งของคณะกรรมาธิการยุโรปที่ให้ไว้เมื่อปี 2558 ให้พิมพ์ลายนิ้วมือและระบุตัวตนผู้เดินทางเข้าอิตาลีทุกคน

อย่างไรก็ตาม ตำรวจอิตาลีปฏิเสธข้อกล่าวหาซ้อมทรมาน นายฟรังโก กาเบรียล ผู้บัญชาการตำรวจอิตาลี แถลงว่า ตำรวจไม่เคยใช้วิธีการรุนแรงต่อผู้อพยพ ไม่ว่าในระหว่างขั้นตอนการระบุตัวตนหรือส่งกลับประเทศ

ข้อมูลจากกระทรวงต่างประเทศของอิตาลีเมื่อปลายเดือน ต.ค. ระบุว่าอิตาลี ซึ่งเป็นประเทศหน้าด่านของเส้นทางอพยพในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ได้เปิดรับผู้อพยพกว่า 153,000 คนในปีนี้ อียูเคยให้คำมั่นว่าจะให้ผู้อพยพ 40,000 คนในอิตาลีออกไปตั้งถิ่นฐานที่อื่น แต่จนถึงขณะนี้มีผู้อพยพออกไปเพียง 1,200 คนเท่านั้น