วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ใกล้ปิดฉากตำนาน 8 ปี 'โอบามา'

‘โอบามา’ เตรียมปิดฉากตำนานประธานาธิบดี 8 ปี ประชาชน 55% เชื่อมั่นว่า เขาทำตามนโยบายได้สำเร็จ

ประวัติศาสตร์อาจจดจำว่านายบารัก โอบามา คือประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของสหรัฐ การทำงาน 8 ปีของเขาได้นิยามบทบาทสหรัฐในเวทีโลกเสียใหม่ และสร้างความสั่นสะเทือนในแวดวงการเมืองภายใน

นายโอบามาเคยให้คำมั่นถึงวันอันแสนสุขแห่งความหวังและการเปลี่ยนแปลง สิ้นสุดทางตันจากการแบ่งแยกเป็นฝักฝ่าย และการสู้รบนองเลือดในต่างแดน แต่เขาต้องพยายามทำคำมั่นให้เป็นจริงให้ได้ เพราะปีแรกของการทำงานในทำเนียบขาว เขาพบว่าชาวอเมริกันตกงาน 4 ล้านคน สังเวยชีวิตในสงครามตลอดกาลในอิรักและอัฟกานิสถานเพิ่มอีกหลายร้อยคน

หากการประกาศสงครามเพียงฝ่ายเดียวของประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ทำให้เขาเป็นคนเลวในสายตานานาชาติ คำมั่นของนายโอบามาที่ว่า จะร่วมมือและฟื้นฟูชื่อเสียงสหรัฐทำให้เขากลายเป็นร็อคสตาร์

เขาเคยประกาศกับประชาชน 200,000 คนในกรุงเบอร์ลินของเยอรมนีว่า ไม่มีชาติใดเพียงชาติเดียวที่จะเอาชนะความท้าทายนานัปการได้เพียงลำพัง ไม่ว่าจะเป็นชาติใหญ่หรือทรงอำนาจแค่ไหน ในเวลานั้นดูเหมือนว่า เขายอมรับการสิ้นสุดความเป็นเจ้าครองอำนาจของสหรัฐหลังสงครามได้เป็นอย่างดี ด้วยการนิยามผลประโยชน์แห่งชาติให้แคบลงมาก และหลีกเลี่ยงการเข้าแทรกแซงแม้เหตุการณ์จะเสี่ยงมากและชื่อเสียงของสหรัฐเสียหายไปแล้ว ต้นทุนทั้งกำลังเงินและชีวิตคนจากการเป็นตำรวจโลกสูงเกินไปอีกทั้งเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ชี้ให้เห็นว่า คำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้อาจไม่ยั่งยืนด้วย ผู้นำสหรัฐจึงใช้วิธีให้พันธมิตรรับภาระเพื่อนบ้านเอาเอง ทั้งที่ลิเบียและอื่น ๆ โดยสหรัฐจะนำจากข้างหลัง

การลดอำนาจของสหรัฐเกิดขึ้นในช่วงที่คู่แข่งหลายชาติพร้อมที่จะผงาดขึ้นมา ส่วนพันธมิตรในยุโรป ที่ถูกวิกฤติการเงิน สังคม ความมั่นคงรุมเร้าก็อ่อนแอและเข้ามามีส่วนร่วมอย่างจำกัด 

จีนภายใต้การนำของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กับรัสเซียภายใต้การนำของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ทรงอำนาจมากขึ้นนับตั้งแต่สมัยเหมา เจ๋อตง และลีโอนิด เบรซเนฟ

ขณะเดียวกันนโยบายปักหมุดเอเชียของนายโอบามาก็เกิดขึ้นในช่วงที่พลเมืองอาหรับเริ่มมีปากมีเสียง และต้องการการสนับสนุนเพื่อต่อต้านรัฐบาลทรราชย์ จุดอ่อนที่ถูกวิจารณ์มากที่สุดของหลักนิยมโอบามาคือกรณีซีเรีย การที่ประชาชนหลายแสนคนเสียชีวิตโดยที่เขาปฏิเสธจะเข้าไปแทรกแซง ยกเว้นการจัดการกับกลุ่มญิฮาดที่ฉวยโอกาสช่วงสุญญากาศทางการเมือง

ส่วนการเมืองภายในประเทศ การเป็นประธานาธิบดีของนายโอบามาก็สร้างความเปลี่ยนแปลงในระดับสั่นสะเทือนด้วยเช่นกัน ตั้งแต่ทศวรรษ 90 เป็นต้นมา การเมืองสหรัฐเต็มไปด้วยการต่อสู้อันแหลมคมระหว่างฝ่ายอนุรักษ์นิยมกับเสรีนิยม แต่การทำหน้าที่ประธานาธิบดีของเขาจะถูกจดจำว่า เป็นช่วงที่การเมืองเปลี่ยนโฉม

การลงนามในข้อตกลงระหว่างประเทศเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นายโอบามาแสดงให้เห็นว่า ความคิดเห็นของสาธารณชนอเมริกันและฉันทานุมัติจากประชาคมโลก ไปไกลกว่าการปฏิเสธภาวะโลกร้อนของพรรครีพับลิกัน

ศาสตราจารย์โอบามา ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกวิจารณ์ว่า เย็นชาเกินไปและเข้าถึงยาก พ้นจากตำแหน่งไปด้วยคะแนนนิยมที่พุ่งสูงขึ้นระดับเดียวกับอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน และโรนัลด์ เรแกน แม้ตำนานของเขายังไม่เป็นรูปเป็นร่างเต็มที่ แต่ชาวอเมริกัน 55 คน เชื่ออว่า วาทะเปี่ยมไปด้วยความหวังและการเปลี่ยนแปลงของเขาประสบผลสำเร็จ