วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ข้อควรรู้ เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

ชาวอเมริกันพร้อมรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 8 พ.ย.ซึ่งมีกระบวนการที่ซับซ้อนมากมาย

วันเลือกตั้งกำหนดจัดขึ้นทุก ๆ 4 ปี ในวันอังคารแรกของเดือน พ.ย.ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องเป็นพลเมืองสหรัฐที่มีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ อาศัยอยู่ในรัฐใดรัฐหนึ่งจาก 50 รัฐหรือกรุงวอชิงตัน ส่วนผู้ที่อาศัยอยู่ในดินแดนสหรัฐ เช่น เปอร์โต ริโก ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้ลักลอบเข้าเมืองและอาชญากรที่ถูกริบสิทธิเลือกตั้งอาจไม่ได้ลงคะแนน

ผู้ที่จะเลือกตั้งได้จะต้องลงทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งเสียก่อน แต่ด้วยกฎระเบียบที่แตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะข้อจำกัดทางราชการ ทำให้ประชาชนหลายคนที่มีสิทธิลงคะแนนไม่ไปลงทะเบียน

ส่วนผู้สมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีจะต้องเกิดในสหรัฐ และต้องมีอายุอย่างน้อย 35 ปีในวันรับตำแหน่ง ประธานาธิบดีซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดควบคู่กันมีวาระ 4 ปี และอาจได้รับเลือกตั้งอีกครั้ง

กระบวนการหนึ่งที่ถูกจับตามองคือการเสนอชื่อตัวแทนพรรคลงเลือกตั้งประธานาธิบดี ซึ่งเริ่มต้นก่อนเลือกตั้งนานมาก ผู้สมัครต้องแข่งกันหาเสียงสนับสนุนจากแต่ละรัฐ ทั้งในรูปแบบ "ไพรมารี" และ "คอคัส" แต่ละพรรคจะจัดการประชุมแห่งชาติในช่วงปลายฤดูร้อน เพืื่อเลือกตัวแทนพรรค จากนั้นตัวแทนพรรคจึงเลือกคู่ชิงรองประธานาธิบดี

อย่างไรก็ตาม ผู้เลือกประธานาธิบดีสหรัฐตัวจริงคือคณะผู้เลือกตั้ง ไม่ใช่ประชาชนเลือกโดยตรง คณะผู้เลือกตั้งประกอบด้วยผู้มีสิทธิเลือกตั้งจากแต่ละรัฐ ขึ้นอยู่กับขนาดของรัฐรัฐส่วนใหญ่ ผู้สมัครที่ได้คะแนนเสียงข้างมากในรัฐนั้น จะได้รับคะแนนจากคณะผู้เลือกตั้งทุกคนตามหลัก “ผู้ชนะได้ทั้งหมด” รัฐแคลิฟอร์เนียซึ่งมีประชากรมากที่สุดเลือกคณะผู้เลือกตั้ง 55 คนจากทั้งหมด 538 คน ส่วนรัฐอะแลสกามีเพียง 3 คน เท่ากับวอชิงตันดีซี

ผู้สมัครอิสระที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากสองพรรคการเมืองใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเดโมแครตหรือรีพับลิกัน อาจลงเลือกตั้งแต่ไม่มีโอกาสชนะเลย เช่น นายรอส เพโรต์ นักธุรกิจจากเท็กซัส ได้คะแนนเสียง 19% ในการเลือกตั้งปี 2535 และ 8% ในปี 2539 แต่ไม่ได้เสียงจากคณะผู้เลือกตั้งเลยแม้แต่เสียงเดียว

คณะผู้เลือกตั้งเลือกประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีในเดือน ธ.ค. ในนามของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ชนะจะต้องได้รับเสียงคณะผู้เลือกตั้ง 270 เสียงจาก 538 เสียง การลงคะแนนจะมีขึ้นในเมืองเอก รัฐสภาคองเกรสเป็นผู้นับคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง โดยรองประธานสภาซึ่งเป็นประธานวุฒิสภาจะประกาศผลอย่างเป็นทางการต่อสาธารณะในเดือน ม.ค.

ประธานาธิบดีคนใหม่และรองประธานาธิบดีจะทำพิธีสาบานตนในวันที่ 20 ม.ค. ในโอกาสนี้ประธานาธิบดีจะกล่าวสุนทรพจน์อันเป็นเป้าหมายสำคัญในการบริหารประเทศของเขา