หัวข้อสำคัญในการดีเบทรอบสุดท้ายศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ประกอบด้วยเรื่องหนี้สินและสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย และนโยบายต่างประเทศ
หัวข้อสำคัญในการดีเบทรอบสุดท้ายศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยเนวาดาในนครลาสเวกัส ประกอบด้วยเรื่องหนี้สินและสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย ผู้พิพากษาศาลฎีกาเศรษฐกิจคนเข้าเมือง นโยบายต่างประเทศความเหมาะสมเป็นประธานาธิบดี ซึ่งในการดีเบทสองรอบก่อนหน้านี้ผู้สมัครทั้งสองคนได้พูดถึงสามหัวข้อหลังไปแล้ว (เศรษฐกิจคนเข้าเมือง นโยบายต่างประเทศ และความเหมาะสมเป็นประธานาธิบดี) แต่ประเด็นที่น่าจะได้รับการจับตาในรอบนี้คือ หนี้สินรัฐบาลและการตั้งผู้พิพากษาศาลฏีกา
หนี้สินรัฐบาล
หัวข้อนี้ยังไม่ถูกหยิบยกมาหาเสียงบ่อยนักในช่วงที่ผ่านมา ปัจจุบันหนี้สินรัฐบาลสหรัฐอยู่ที่เกือบ 20 ล้านล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 675 ล้านล้านบาท และนโยบายหาเสียงของผู้สมัครทั้งสองคนก็น่าจะเพิ่มหนี้ส่วนนี้อีก โดยข้อมูลจากคณะกรรมาธิการด้านงบประมาณกลางสหรัฐระบุว่า นโยบายของนางคลินตันน่าจะเพิ่มหนี้รัฐบาลอีก 200,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 6.75 ล้านล้านบาท ส่วนนโยบายของนายทรัมป์จะเพิ่มหนี้รัฐบาลอีก 5.3 ล้านล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 180 ล้านล้านบาท
ศาลฎีกา
ประธานาธิบดีคนต่อไปจะมีโอกาสแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลฎีกาได้หลายคน ซึ่งจะมีผลในการตัดสินคดีความต่าง ๆ ที่จะชี้นำสังคมไปในทางเสรีนิยม หรืออนุรักษ์นิยม และผู้สมัครทั้งสองคนก็มีจุดยืนต่างกันอย่างชัดเจนตามอุดมการณ์พรรคของตน โดยนายทรัมป์บอกว่าจะแต่งตั้งผู้พิพากษาหัวอนุรักษ์นิยมส่วนนางคลินตันบอกว่าจะแต่งตั้งผู้พิพากษาหัวเสรีนิยม
ปัจจุบัน ผู้พิพากษาศาลฎีกาสหรัฐเหลืออยู่เพียง 8 คนหลังจากผู้พิพากษาแอนโทนิน สกาเลีย เสียชีวิตเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาซึ่งมีผู้พิพากษาหัวเสรีนิยมและอนุรักษ์นิยมฝ่ายละ 4 คนเท่ากัน ส่งผลให้มติของศาลฎีกาสหรัฐแบ่งแยกกันอย่างชัดเจน และวุฒิสภาสหรัฐ ซึ่งมีพรรครีพับลิกันเป็นเสียงส่วนใหญ่ได้ปฏิเสธการพิจารณาการเสนอแต่งตั้งผู้พิพากษาเมอร์ริก การ์แลนด์ ที่เสนอโดยประธานาธิบดีบารักโอบามา จนกว่าการเลือกตั้งผู้นำประเทศคนใหม่จะเสร็จสิ้น
ส่วนรูปแบบการดีเบทรอบนี้ซึ่งมีขึ้นก่อนวันเลือกตั้งใหญ่ 8 พฤศจิกายนเพียง 3 สัปดาห์ จะเป็นแบบเดียวกับรอบแรก โดยมีพิธีกรกลางเป็นผู้ยิงคำถามผู้สมัครจากสองพรรคและจะแบ่งออกเป็น 6 ช่วง ๆ ละประมาณ 15 นาที หลังถามคำถามแล้ว ผู้สมัครแต่ละคนจะมีเวลาตอบ 2 นาที
อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครทั้งสองคนยังมีคำถามหลายข้อที่ต้องตอบหลังจากพยายามเลี่ยงมาตลอด โดยนายทรัมป์ยังไม่ชี้แจงกรณีที่มีผู้หญิง 9 คนออกมากล่าวหาเขาว่าล่วงละเมิดทางเพศ และนางคลินตันก็ยังไม่ตอบเรื่องที่เว็บไซต์วิกิลีกส์เผยอีเมลและเอกสารจำนวนมาก โดยหนึ่งในนั้นชี้ว่าเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศรายหนึ่งพยายามล็อบบี้ให้สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ หรือเอฟบีไอแก้ประเภทเอกสารฉบับหนึ่งที่นางคลินตันใช้รับส่งด้วยอีเมลส่วนตัวสมัยเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศให้ออกจากกลุ่มเอกสารลับ





