ตลาดหุ้นสหรัฐ ปรับตัวขึ้น หลังบริษัทจำนวนมากรายงานรายได้แข็งแกร่ง ประกอบกับการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรป จะคงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ของสหรัฐ ปิดตลาดวันอังคาร (18 ต.ค.) ขยับขึ้นมา 75.54 จุด หรือ 0.4% ที่ 18,161.94 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปรับขึ้น 13.1 จุด หรือ 0.6% มาอยู่ที่ 2,139.60 จุด และแนสแด็ก ปิดซื้อขายที่ 5,243.84 จุด ปรับขึ้นมา 44.01 จุด หรือ 0.9%
ตลาดได้แรงหนุนจากการที่บริษัทหลายรายประกาศรายได้อย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยี นำโดยหุ้นเน็ตฟลิกซ์ ที่ราคาพุ่งขึ้นมามากกว่า 19% หลังบริษัทเผยจำนวนผู้ใช้บริการ โทรทัศน์ตามความต้องการเพิ่มขึ้นเกือบ 20% สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้
ขณะที่ในยุโรปนั้น ดัชนีหุ้นทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งเช่นกัน นำโดยหุ้นกลุ่มธนาคาร ก่อนหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป หรืออีซีบี จะเปิดประชุมในวันพรุ่งนี้ (20 ต.ค.) ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า จะคงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจไว้เหมือนเดิม และอาจมีการอัดฉีดเพิ่มเติมในเดือนธ.ค.
ดัชนี FTSE 100 ของอังกฤษ ปรับขึ้น 0.8 % ที่ 7,000.06 จุด ส่วนดัชนี DAX 30 ของเยอรมนี ทะยานขึ้นมา 1.2% ปิดซื้อขายที่ 10,631.55 จุด และดัชนี CAC 40 ในฝรั่งเศส พุ่งขึ้น 1.3% ที่4,508.91 จุด
ด้านราคาน้ำมันในตลาดโลก ปรับตัวสูงขึ้นเช่กัน จากการคาดการณ์ว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน จะควบคุมปริมาณการผลิต แม้จะมีการคาดการณ์ว่า ปริมาณน้ำมันสำรองของสหรัฐ จะเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกันก็ตาม
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท ในตลาดนิวยอร์ก สหรัฐ ปรับขึ้นมา 35 เซนต์ หรือ 0.7% ที่ 50.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรบ ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ในตลาดลอนดอน ปรับขึ้น 16 เซนต์ หรือ 0.3% ที่ 51.68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล





