นายกรัฐมนตรีหญิงของอังกฤษ ประกาศจะเริ่มกระบวนการถอนตัวออกจากอียู ภายในเดือนมีนาคมปีหน้า เปิดทางไปสู่กระบวนการเจรจาที่จะใช้เวลา 2 ปี
นายกรัฐมนตรีอังกฤษ “เทเรซา เมย์” จะเริ่มกระบวนการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป หรืออียู ภายในปลายเดือนมีนาคมปีหน้า ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดสำหรับอังกฤษตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง
นางเมย์ ถูกกดดันจากเจ้าหน้าที่ของอียู รวมถึงนักลงทุน ให้ชี้แจงเกี่ยวกับแผนการถอนตัวจากอียูหลังจากการลงประชามติเมื่อเดือนมิถุนายน ล่าสุดนายกฯเมย์ให้สัมภาษณ์บีบีซีว่าจะใช้มาตรา 50 ในสนธิสัญญาลิสบอน ก่อนสิ้นเดือนมีนาคม ปีหน้า โดยเมื่อเริ่มใช้มาตรา 50 แล้ว อังกฤษจะมีเวลา 2 ปีในการเจรจาเพื่อถอนตัวออกจากอียู
นายกรัฐมนตรีของอังกฤษกล่าวด้วยว่า ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการรับฟังความเห็นธุรกิจภาคต่าง ๆ ของอังกฤษ เพื่อเจรจาให้ได้ข้อตกลงที่ดีที่สุดกับอียูในด้านการค้าสินค้าและบริการ สำหรับประเด็นผู้อพยพนั้น ผลการลงประชามติสะท้อนว่าประชาชนต้องการให้มีการควบคุมการเข้า-ออกของผู้อพยพในระดับหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลก็จะทำตามความประสงค์ของประชาชนด้วยการมองหาแนวทางที่หลากหลายเพื่อรับมือปัญหานี้ พร้อมไปกับการเปิดทางให้ผู้มีความสามารถและมีสติปัญญาดี สามารถเดินทางเข้าอังกฤษได้
นอกจากนั้น ผู้นำอังกฤษยังประกาศร่างกฎหมายที่จะยกเลิกอำนาจทางกฎหมายของอียู ทันทีที่อังกฤษถอนตัวจากอียูแล้ว รวมถึงร่างกฎหมายฉบับนี้จะยกเลิกกฎหมายต่าง ๆ ที่ให้อำนาจแก่อียูเป็นหลัก และถือเป็นการคืนอำนาจให้แก่สถาบันต่าง ๆ ในอังกฤษ





