'คองเกรส' มีมติท่วมท้น สกัดวีโต้ 'โอบามา' ร่างกม.ความมั่นคง ซึ่งอนุญาตให้ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ “11 กันยา” ฟ้องรัฐบาลซาอุฯได้
ที่ประชุมวุฒิสภาสหรัฐมีมติเสียงข้างมาก 97 ต่อ 1 เสียง และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลงมติด้วยเสียงข้างมากท่วมท้นเช่นกัน 348 ต่อ 77 เสียง ในการประชุมที่เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันเมื่อวันพุธ (28 ก.ย.) หักล้างการใช้อำนาจของประธานาธิบดีโอบามา ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วใช้สิทธิ์วีโต้ปัดตกร่างกฎหมายว่าด้วยการ “เรียกร้องความยุติธรรมจากผู้สนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย” หรือ “แจสตา” (JASTA) ที่อนุญาตให้ผู้ได้รับผลกระทบจากโศกนาฏกรรมเมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2544 ฟ้องรัฐบาลซาอุดีอาระเบียได้
ผลการลงมติครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่สภาคองเกรสมีมติหักล้างการวีโต้ของนายโอบามา นับตั้งแต่เข้ามาบริหารประเทศเมื่อปี 2552 ซึ่งใช้สิทธิ์วีโต้ไปแล้ว 12 ครั้งและไม่เคยถูกยกเลิก
ด้านนายโอบามากล่าวว่า เป็นเรื่องที่เข้าใจและทราบดีอยู่แล้วว่าจะเกิดขึ้น แต่เตือนว่านับจากนี้ผลประโยชน์ของสหรัฐอาจได้รับผลกระทบ เนื่องจากร่างกฎหมายแจสตาละเมิดสิทธิ์คุ้มกันของรัฎฐาธิปัตย์ และทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ อีกทั้งยังส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลสหรัฐกับนานาประเทศต้องสั่นคลอน
ร่างกฎหมายแจสตาเปิดโอกาสให้ครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุวินาศกรรมเมื่อปี 2544 ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากรัฐบาลซาอุดีอาระเบียจากเหตุการณ์ดังกล่าว ที่ผู้ก่อเหตุจี้เครื่องบิน 15 คนจากทั้งหมด 19 คนถือสัญชาติซาอุดีอาระเบีย โดยร่างกฎหมายนี้ผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภาเมื่อเดือนพฤษภาคม และสภาผู้แทนราษฎรลงมติรับรองเมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา




