นางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมาและรัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น ว่าเมียนมากำลังดำเนินการสันติภาพและความปรองดองในชาติ
นางซูจีกล่าวต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติในนครนิวยอร์กของสหรัฐเมื่อวันพุธ (21 ก.ย.) ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการประชุมว่าสันติภาพ และการปรองดองแห่งชาติ เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการดำเนินงานที่ประสบความสำเร็จของนโยบาย และโครงการที่มุ่งตอบสนองความต้องการของสังคมและเศรษฐกิจของประชาชนเมียนมา รวมถึงการสร้างงาน ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ การเพิ่มขีดความสามารถ และสร้างโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่ เป็นตัวแปรสำคัญสำหรับนโยบายที่ครอบคลุมและเน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง
นอกจากนี้ ผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือเอ็นแอลดีซึ่งเคยใช้เวลา 15 ปีภายในบ้านเนื่องจากถูกกักบริเวณตามคำสั่งของรัฐบาลทหาร ได้เรียกร้องให้ผู้นำแต่ละประเทศทำงานเพื่อสร้างสรรค์โลกนี้ให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น เพื่อลูกหลานรุ่นต่อ ๆ ไป อีกทั้งยังให้ประชาคมโลกต่อสู้กับความโกรธและเกลียดชังและหาหนทางเพื่อทำให้โลกดีขึ้นโดยใช้ศักยภาพที่มีเพื่อความเห็นอกเห็นใจ ความรักและความเมตตา และมีความสุขเมื่อเห็นผู้อื่นมีชีวิตที่ดี
ก่อนหน้านี้ นางซูจีซึ่งเป็นเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2534 ได้รับเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากทั้งในและต่างประเทศ เกี่ยวกับท่าทีของเธอที่มีต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มผู้นับถือต่างศาสนาในรัฐยะไข่ ที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2555 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 คน และอีกมากกว่า 125,000 คนต้องพลัดถิ่นที่อยู่อาศัย โดยส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมโรฮีนจา




