ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดทะยานขึ้น163.74จุด ขณะน้ำมันดิบไนเม็กซ์ ปิดบวกมากถึง 3% ส่วนราคาทองคำฟิวเจอร์ ปิดตลาดดีดตัวขึ้น 1.4%
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดตลาดวันพุธ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 163.74 จุดหรือ 0.9% ปิดที่ 18,293.7 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ขยับขึ้น 23.36 จุดหรือ 1.09% ปิดตลาดที่ 2,163.12 จุดและดัชนีแนสแดก บวก 53.83 จุดหรือ 1.03 % ปิดที่ 5,295.18 จุด
ดัชนีหุ้นสำคัญสหรัฐปิดตลาดแดนบวก หลังคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (เอฟโอเอ็มซี) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติอย่างไม่เป็นเอกฉันท์ 7 ต่อ 3 เสียงในการประชุมวานนี้ ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอยู่ในช่วง 0.25-0.50% ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้
กรรมการเอฟโอเอ็มซี จำนวน 3 รายไม่เห็นชอบต่อมติการคงอัตราดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นจำนวนสูงที่สุดในรอบเกือบ 2 ปีและแม้เฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ แต่แถลงการณ์ของเฟดก็ส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนสิ้นปีนี้
แถลงการณ์เฟดระบุว่า “ปัจจัยสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดได้มีน้ำหนักมากขึ้น”
นอกจากนี้ นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด กล่าวภายหลังสิ้นสุดการประชุมว่า ตนคาดหวังที่จะเห็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้
ทั้งนี้ เฟด ยังเหลือการประชุมอีก 2 ครั้งในปีนี้ คือวันที่ 1-2 พ.ย. และ 13-14 ธ.ค.
ราคาน้ำมันทะยาน3%
สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดวันพุธ ทะยานขึ้น3% หลังสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐร่วงลงอย่างมากในสัปดาห์ที่แล้ว สอดคล้องกับการเปิดเผยของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน (เอพีไอ)
นอกจากนี้ การที่แรงงานในอุตสาหกรรมน้ำมันของนอร์เวย์ทำการผละงานประท้วง ก็เป็นอีกปัจจัยที่หนุนตลาดในวันนี้
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนพ.ย. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ตลาดไนเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 1.29 ดอลลาร์ หรือ 3% สู่ระดับ 45.34 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ เพิ่มขึ้น 95 เซนต์ หรือ 2% ปิดตลาดที่ราคา 46.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
อีเอเอ เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐร่วงลงอย่างมากในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น โดยสต็อกน้ำมันดิบลดลง 6.2 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.4 ล้านบาร์เรล
ด้านสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 3.2 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลง 567,000 บาร์เรลส่วนสต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้น 2.2 ล้านบาร์เรล เทียบกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 250,000 บาร์เรล
ทางด้าน เอพีไอ ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลง 7.5 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว
ราคาทองฟิวเจอร์ปิดดีดตัวขึ้น 1.4%
ราคาทองฟิวเจอร์ปิดตลาดวันพุธปรับตัวขึ้น1.4%โดยได้รับอานิสงส์จากการดำเนินมาตรการของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) รวมทั้งจากการอ่อนค่าของดอลลาร์
กองทุนเอสพีดีอาร์ โกลด์ ทรัสต์ ซึ่งเป็นกองทุนอีทีเอฟทองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ลดการถือครองทอง 0.41% สู่ระดับ 938.75 ตันเมื่อวานนี้
สัญญาทองคำตลาดโคเม็กซ์ ส่งมอบเดือนธ.ค. ซึ่งมีการซื้อขายทางระบบอิเลกทรอนิกส์ ดีดตัวขึ้น 1.4% ปิดที่ราคา 1,337.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ทั้งนี้ บีโอเจ ตัดสินใจดำเนินนโยบายใหม่ ด้วยการกำหนดให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีเป็นเป้าหมายใหม่ด้านนโยบาย แทนการซื้อสินทรัพย์ขนานใหญ่ที่ดำเนินการตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและผลักดันเงินเฟ้อสู่ระดับ 2%





