“อ็อกซ์แฟม”เผยว่า เมื่อปีที่แล้วมีผู้ลี้ภัยความขัดแย้งเกือบ 4 ล้านคน หนีจากพื้นที่ขัดแย้งหนึ่งไปพื้นที่ขัดแย้งอีกแห่งโดยไม่มีทางเลือก
“อ็อกซ์แฟม” รายงานโดยอ้างข้อมูลจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอชซีอาร์ว่า ผู้ลี้ภัยราว 3.8 ล้านคน หรือ 16% ของผู้ลี้ภัยทางการเมืองและสงครามทั่วโลกในปีที่แล้ว หลบหนีความขัดแย้งในประเทศตัวเอง ไปยังประเทศที่มีความขัดแย้งอีกแห่งอย่าง อิรัก อัฟกานิสถาน ซูดาน ไนจีเรีย เม็กซิโก และเยเมน
ซีอีโอของอ็อกซ์แฟม นายมาร์ก โกลดริง ระบุว่า ประชาชนเหล่านี้ไม่มีทางเลือกมากนักที่จะลี้ภัยไปยังประเทศที่ปลอดภัยกว่า เพราะสุดท้ายก็จบลงที่ประเทศที่มีความขัดแย้งเช่นเดียวกัน
นายอาเหม็ด อัล-ราชิด หนึ่งในผู้ลี้ภัย เล่าว่า เขาต้องลี้ภัยจากเมืองอเลปโป ทางตอนเหนือของซีเรียไปยังอิรักเมื่อปี 2556 ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเขา แต่ 2 ปีต่อมา ในขณะที่เขาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือ สถานการณ์กลับเลวร้ายลง จึงตัดสินใจที่จะลี้ภัยไปยังอังกฤษ
เช่นเดียวกับนายยัสเซอร์ อัล-ยัสเซม ผู้ลี้ภัยชาวซีเรียอีกราย บอกว่า เขาได้หลบหนีจากกรุงดามัสกัสของซีเรียและกลับไปยังบ้านเกิดที่เมืองอเลปโป เพื่อเป็นอาสาสมัครขับรถพยาบาลช่วยเหลือผู้ติดใต้ซากปรักหักพังจากเหตุระเบิดและการโจมตีทางอากาศ หลังจากสงครามกลางเมืองปะทุขึ้นเมื่อปี 2554
อย่างไรก็ตาม คนในครอบครัวนายยัสเซมขอร้องให้เขาอพยพไปยังประเทศอื่น จึงย้ายไปอยู่ในประเทศแถบยุโรปเป็นเวลาหลายเดือน และสร้างครอบครัวที่เมืองแมนเชสเตอร์ของอังกฤษ ซึ่งเขาหวังว่าสักวันจะได้กลับมาเหยียบที่แผ่นดินเกิดอีกครั้ง





