ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ปิดตลาดแนวลบ โดยดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลงเป็นวันแรกในรอบ 4 วัน ขณะทองคำปิดแดนลบเล็กน้อย
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวลง 11.98 จุดหรือ 0.06% ปิดที่ 18,526.14 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วง 0.33 จุดหรือ 0.02% ปิดตลาดที่ 2,186.15จุดส่วนดัชนีแนสแดกปรับตัวเพิ่มขึ้น 8.02 จุด หรือ 0.15% ปิดตลาดที่ 5,283.93 จุด ถือเป็นราคาปิดสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์
ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และพลังงานดีดตัวขึ้นสวนทางตลาด โดยหุ้นแคเทอร์พิลลาร์พุ่งขึ้น หลังจากธนาคารดอยช์แบงก์แนะนำให้นักลงทุน “ซื้อ” หุ้นดังกล่าว
นักลงทุนจับตาการรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือเบจบุ๊คจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยเบจบุ๊ค ถือเป็นเครื่องมือของเฟดในการตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาหุ้นแอ๊ปเปิ้ล ขณะที่บริษัทส่งบัตรเชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวไอโฟน 7 เพื่อกอบกู้สถานการณ์ของบริษัท หลังจากที่ราคาหุ้นดิ่งลงในช่วงที่ผ่านมา
รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจหรือเบจบุ๊คของเฟด ระบุว่าเศรษฐกิจของอเมริกามีการขยายตัวในอัตราเล็กน้อยในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม แต่ในภาคแรงงาน พื้นที่ส่วนใหญ่ของเฟดทั้ง 12 เขตทั่วประเทศมีการรายงานแรงกดดันจากค่าจ้างที่ค่อนข้างต่ำ และมีแนวโน้มที่จะยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไปในช่วงหลายเดือนข้างหน้า
ส่วนราคาทองคำปิดในแดนลบเล็กน้อย ท่ามกลางความคาดหมายว่า เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเมื่อไหร่และมากน้อยแค่ไหน โดยราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ ลดลง 4.80 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,349.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์





