ผู้บัญชาการตำรวจดัลลัส รัฐเท็กซัส เผยมีผู้ขู่ฆ่าตนและครอบครัว หลังเกิดเหตุสไนเปอร์ซุ่มยิงตำรวจ 5 นายเสียชีวิต
ผู้บัญชาการตำรวจเมืองดัลลัสนายเดวิด บราวน์แถลงเมื่อวันจันทร์ (11 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่นว่า เขาและครอบครัวถูกข่มขู่เอาชีวิตแทบในทันทีหลังเกิดเหตุสไนเปอร์ก่อเหตุซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ผิวขาวเสียชีวิตอย่างน้อย 5 นาย ระหว่างรักษาความปลอดภัยในการเดินขบวนประท้วงเรื่องสีผิวเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 11 คน ในจำนวนนี้ 2 คนเป็นพลเรือน
อย่างไรก็ตาม นายบราวน์ยืนยันจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งต่อไป พร้อมทั้งชี้แจงเกี่ยวกับการส่งหุ่นยนต์สังหารที่มีการติดระเบิดซีโฟร์เข้าไปปลดชนวนภายในโรงรถเพื่อวิสามัญคนร้ายชื่อนายมิกาห์ จอห์นสันว่า พร้อมใช้อีกหากตกอยู่ใน “ภาวะจำเป็น” เพื่อปกป้องชีวิตของเจ้าหน้าที่ซึ่งกำลังอยู่ในอันตราย
สำหรับหุ่นยนต์ตัวดังกล่าวมีน้ำหนักเกือบ 100 กิโลกรัม ราคา 150,000 ดอลลาร์ หรือราว 5.26 ล้านบาท ส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่มักใช้ในภารกิจตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุระเบิดโดยควบคุมทางไกลจากรีโมต การใช้หุ่นยนต์สังหารคนร้ายในครั้งนี้จึงถือเป็นครั้งแรกบนแผ่นดินสหรัฐ
นายบราวน์เผยว่า ปฏิบัติการดังกล่าวใช้เวลา 15-20 นาที และยืนยันว่านายจอห์นสัน อดีตทหารกำลังพลสำรองวัย 25 ปี มีสติสัมปชัญญะรู้ตัวอยู่ตลอดว่ากำลังทำอะไรอยู่ แต่เป็นวุฒิภาวะทางอามณ์ที่เจ้าหน้าที่ไม่เชื่อว่าจะได้รับการซึมซับระหว่างรับราชการทหารนานเกือบ 7 ปีจนปลดประจำการเมื่อปีที่แล้ว
นอกจากนี้ นายบราวน์ยังตอบคำถามนักข่าวเกี่ยวกับกฎหมายปืนของรัฐเทกซัส ซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐที่เปิดเสรีในเรื่องนี้มากที่สุดในสหรัฐ โดยเขาแสดงความเห็นเชิงไม่เห็นด้วยเท่าใดนัก เนื่องจากทำให้แบ่งแยกได้ยากมากระหว่างพลเมืองดีกับไม่ดี แต่ยอมรับว่าเป็นกฎหมายที่กำหนดขึ้นเพื่อมอบ “สิทธิและเสรีภาพ” ในการป้องกันตัวเองให้แก่ประชาชน




