เกิดเหตุคาร์บอมบ์ในอิรักล่าสุด ทำให้มีผู้เสียชีวิต 125 ราย ด้านไอเอสอ้างรับผิดชอบอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตี
กลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส ออกมาอ้างความรับผิดชอบ เหตุระเบิดพลีชีพด้วยการระเบิดรถยนต์ 2 ครั้งซ้อนในอิรัก ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 125 ราย บาดเจ็บอีกอย่างน้อย 200 คน
เหตุระเบิดอย่างรุนแรงครั้งแรก เกิดขึ้นบนถนนในย่าน คาร์ราดา กลางกรุงแบกแดด เมืองหลวงของอิรัก ในช่วงที่กำลังมีผู้คนมากมายออกไปจับจ่ายซื้อของในช่วงเช้าตรู่วันอาทิตย์ (3 ก.ค.) ก่อนวันหยุดอีดิ้ลฟิตรี ฉลองการสิ้นสุดเดือนรอมฎอนที่ชาวมุสลิมถือศีลอด โดยแรงระเบิดรุนแรงขนาดทำให้เกิดไฟลุกไหม้อาคารร้านค้าใกล้เคียง
ส่วนครั้งที่ 2 เกิดขึ้นที่ตลาดในเมืองอัลชาอับ ซึ่งเป็นพื้นที่ของชาวมุสลิมชีอะต์ ทางตอนเหนือของกรุงแบกแดด
ไอเอส ออกแถลงการณ์อ้างว่าลงมือโจมตีนองเลือดครั้งล่าสุดนี้ โดยเป็นส่วนหนึ่งของ”ปฏิบัติการด้านความมั่นคง”ที่กำลังดำเนินอยู่ การวางระเบิดพุ่งเป้าชาวมุสลิมชีอะห์ ซึ่งเป็นชนส่วนใหญ่ของอิรัก แต่ไอเอสถือว่ามุสลิมอีกนิกายเป็นพวกนอกรีต และโจมตีบ่อยครั้ง
เหตุระเบิดที่คร่าชีวิตคนจำนวนมากครั้งนี้ซึ่งนับว่านองเลือดที่สุดครั้งหนึ่งของปี เกิดขึ้นราวหนึ่งสัปดาห์ หลังกองกำลังอิรัก เพิ่งยึดคืนเมืองฟัลลูจาห์ หนึ่งในสองเมืองใหญ่ที่ไอเอสยึดครอง ห่างจากกรุงแบกแดดไปทางตะวันตกประมาณ 50 กิโลเมตรได้สำเร็จ เจ้าหน้าที่เคยระบุว่า เมืองฟัลลูจาห์ถูกไอเอสใช้เป็นฐานถล่มแบกแดด
ทั้งนี้ ความรุนแรงในกรุงแบกแดดลดลงมาก นับจากไอเอสเข้ายึดพื้นที่กว้างใหญ่ทางเหนือและตะวันตกของอิรัก เมื่อปี 2557 ซึ่งน่าจะเป็นเพราะติดภารกิจในพื้นที่อื่น แต่มีสัญญาณว่าไอเอสเริ่มมาโหมโจมตีเล่นงานพลเรือนอิรักอีกครั้งหลังเพลี่ยงพล้ำทางทหาร เพื่อล้างแค้นและอวดศักภาพว่ายังปฏิบัติการเชิงรุกได้





