ชางกรุงลอนดอนราว 30,000 คนประท้วงต่อต้านผลประชามติออกจากสหภาพยุโรป หวั่นกระทบการเคลื่อนย้ายแรงงาน
ชาวกรุงลอนดอนราว 34,000 คน ออกมาเดินขบวนไปตามถนนสายต่างๆ ในเมืองหลวงของอังกฤษ เมื่อวานนี้ เพื่อต่อต้านผลการลงประชามติ ที่จะให้อังกฤษออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป (อียู)
บรรดาผู้เข้าร่วมชุมนุมครั้งนี้ พากันโบกธงอียู พร้อมถือป้ายเขียนข้อความต่างๆ เช่น "ฉัน อียู เรา" "เรารวมกันดีกว่า" และ "เราถูกขโมยอนาคต" ซึ่งกลุ่มผู้ประท้วงได้เรียกร้องให้มีการ "กลับลำ" นโยบาย ที่จะทำให้มีการยกเลิกผลการลงประชามติ
ผู้ประท้วงบอกด้วยว่า ชาวอังกฤษที่มีสิทธิออกเสียงจำนวนใสก ไม่ได้ตระหนักถึงบทสรุปที่จะเกิดขึ้นจากการออกจากอียู และเห็นควรที่จะจัดให้มีการลงประชามติเป็นครั้งที่ 2
ทั้งนี้ กลุ่มผู้ประท้วงซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน มองว่าการออกจากสหภาพอาจทำให้สหราชอาณาจักรสูญเสียสิทธิ์ในตลาดเดียวของอียู ที่จะส่งผลตกระทบต่อการเคลื่อนย้ายแรงงานในอนาคต
ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอียูหลายคนเรียกร้องให้สหราชอาณาจักรเร่งดำเนินการลาออกตามมาตรา 50 ของสนธิสัญญาลิสบอน แต่นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ซึ่งประกาศจะลงจากตำแหน่งในเดือนต.ค. นี้ หลังทราบผลประชามติ ยืนยันว่าหน้าที่ในการออกจะเป็นของนายกรัฐมนตรีคนต่อไป




