เบร็กซิทจะสร้างแรงสั่นสะเทือนแรงแค่ไหน ในมุมมองท่านเอกอัคราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย "ไบรอัน เดวิดสัน" ในบทสัมภาษณ์พิเศษแก่เครือเนชั่น
สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลกสำหรับผลการลงประชามติเบร็กซิท ที่สหราชอาณาจักรตัดสินใจออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปหรืออียู ตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลกปั่นป่วน นายกฯเดวิด คาเมรอนลาออก สก๊อตแลนด์อยากลงประชามติแยกตัวออกจากสหราชอาณาจักรใหม่เพราะอยากอยู่กับอียูต่อ และมีคนกว่า 4 ล้านคนลงชื่ออยากให้มีการลงประชามติรอบ 2 หนทางต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ท่านเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ไบรอัน เดวิดสันอธิบายให้ฟังในบทสัมภาษณ์พิเศษนี้แก่เครือเนชั่น
ท่านทูตตกใจกับผลการลงประชามติไหมคะ
ผมคิดว่าผลการลงประชามติสร้างความประหลาดใจให้คนเป็นจำนวนมาก ทั้งในแง่ของผลคะแนนที่ออกมาซึ่งใกล้เคียงกันมากและฝ่ายต้องการออกชนะ เราต้องเตรียมใจไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร เพราะรู้อยู่แล้วว่าสูสีกันมาก
ท่านทูตได้ลงคะแนนไหมคะ
ได้ลงคะแนนครับ ทางไปรษณีย์ เป็นการลงคะแนนล่วงหน้าครับ ผมไม่อยู่ที่อังกฤษตอนนั้น
ท่านทูตโหวตให้อยู่ต่อหรือเปล่าคะ
(หัวเราะ) เป็นเรื่องส่วนตัวของผมครับ ในอังกฤษเป็นเรื่องส่วนตัวว่าจะโหวตยังไงครับ เป็นการแสดงออกตามระบอบประชาธิปไตยครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของสหราชอาณาจักร มีคน 33 ล้านคนออกไปใช้สิทธิ เป็นอะไรที่ไม่ธรรมดา การมีคนออกมาใช้สิทธิมากเป็นการบ่งบอกถึงวิถีประชาธิปไตยในสหราชอาณาจักร
คนอพยพเข้าเมืองเป็นประเด็นหลักหรือเปล่าที่ทำให้ฝ่ายอยากออกชนะ
ไม่แน่ใจครับ แต่เป็นประเด็นหนึ่งในการหาเสียง รวมทั้งเรื่องการออกกฎเกณฑ์มากมายของอียูและข้อจำกัดด้านงบประมาณ เป็นมุมมองต่อการอพยพเข้าเมืองมากกว่าข้อเท็จจริงต่อการอพยพเข้าเมือง แต่ไม่ว่าในการหาเสียงจะมีการพูดกันอย่างไร สหราชอาณาจักรยังคงเป็นประเทศที่หลากหลายด้านเชื้อชาติ ศาสนา และให้การต้อนรับผู้คน ไม่ว่าจะมาเที่ยว หรือมาทำงาน มาเรียน มาลงทุน ผมคิดว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้ แม้ว่าการอพยพเข้าเมืองเป็นปัจจัยหนึ่งในการหาเสียง แต่เป็นการยากที่จะบอกว่าอะไรคือปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้ใช้สิทธิครับ
ตอนนี้เราได้แต่รอ รอให้อังกฤษได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่หรือเปล่าคะ
เราไม่ต้องรอนานนะครับ นายกฯได้กำหนดเวลาออกมาแล้วในพรรคอนุรักษ์นิยม ตอนนี้เริ่มมีรายชื่อผู้สมัครทยอยออกมาแล้ว ภายในเดือนกันยายน กระบวนการเลือกหัวหน้าพรรคใหม่น่าจะเสร็จสิ้น ซึ่งก็จะได้นายกฯคนใหม่ นายกฯคาเมรอนบอกว่าจะอยู่ต่อ 3 เดือน จนกว่าจะได้ผู้นำคนใหม่ ถือว่ามีความต่อเนื่อง
3 เดือนถือว่านานพอสมควรนะคะสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนแบบนี้
ผมคิดว่าเป็นการกล่าวถึงความไม่แน่นอนเกินจริงไป จริงครับที่จะมีความไม่แน่นอนอีก 2 ปีระหว่างการเจรจา จนกว่าเราจะทราบถึงเงื่อนไขในการออกจากอียู จะมีความไม่แน่นอนอยู่ สิ่งที่นายกฯได้ทำ รวมทั้งรัฐมนตรีคลัง และผู้ว่าการธนาคารกลางได้ทำ คือการสร้างความมั่นใจให้ชาวอังกฤษ ชาวยุโรป และคนทั่วโลกว่า พื้นฐานของเศรษฐกิจอังกฤษยังคงแข็งแกร่ง มาตรการต่างๆทำให้การทำธุรกิจดำเนินต่อไป ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จนกว่าได้ออกจริงๆ มีความไม่แน่นอนน้อยกว่าที่คนรู้สึกกันครับ
เป็นความผิดพลาดไหมคะที่สหราชอาณาจักรจัดให้มีการลงประชามติเพราะผลพวงที่ตามมาก็อย่างที่เห็น มีแต่ความยุ่งเหยิง
เป็นการลงประชามติอย่างเป็นประชาธิปไตย ผมคิดว่าจะพูดว่าเป็นความผิดพลาดไม่ได้ นายกฯตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในการแสดงออกความเห็นว่าด้วยอนาคตของประเทศ นั่นคือประชาธิปไตย
สหราชอาณาจักรจะแตกไหมคะเพราะผลของการลงประชามติครั้งนี้
นั่นเป็นสิ่งที่นักวิเคราะห์ต้องไปวิเคราะห์กัน แต่ไม่ใช่สิ่งที่ผมจะมาวิเคราะห์ สิ่งที่ผมบอกได้คือ ตอนนี้สหราช อาณาจักรก็ยังคงเป็นสหราชอาณาจักรเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง และเรายังคงเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรป จนกว่าจะมีการบังคับใช้มาตรา 50 (ของสนธิสัญญาลิสบอน) และการเจรจาสิ้นสุดลง คุณไม่สามารถคาดเดาอนาคตได้ ผมคิดว่าเป็นหัวข้อที่ผมไม่สามารถคาดเดาได้ ณ จุดนี้ครับ
ลอนดอนจะยังคงเป็นศูนย์กลางการเงินโลกไหมคะ
ผมคิดว่าจะยังคงเป็นนะครับ ลอนดอนเป็นศูนย์กลางการเงินที่ มีความเป็นสากลที่สุดในโลกแล้ว มีจุดแข็งหลายอย่างของภาคการเงินที่ลอนดอน ซึ่งมาจากความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและระบบกฎหมาย ผมคิดว่าลอนดอนยังอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่ง ถ้าดูประวัติศาสตร์ของลอนดอน เป็นเมืองที่มีความยืดหยุ่นสูงมากต่อความเปลี่ยนแปลง ทั้งในแง่สังคมและระบบเศรษฐกิจโลก ถ้าไปดูวิกฤตเศรษฐกิจในยุค 80 และ 90 กรุงลอนดอนมีปฏิกิริยาตอบสนองที่เร็วมาก มีการสร้างเครื่องมือทางการเงินใหม่ มีวิธีการใหม่ๆในการรับมือกับตลาดโลกเพื่อรักษาสถานะศูนย์กลางการเงินโลกเอาไว้ ลอนดอนก็จะใช้นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันนี้ครับ
ตอนนี้เริ่มมีรายงานข่าวเกี่ยวกับบริษัทที่กำลังคิดย้ายสำนักงานไปยังประเทศอื่นในยุโรปแล้วนะคะ
ก็เป็นเพียงข่าวลือ มีการย้ายจริงๆหรือยังครับ ผมว่าเราคอยดูก่อนดีกว่า ผมเข้าใจว่ามีการเน้นความไม่แน่นอน เข้าใจได้ครับ ปฎิเสธไม่ได้ว่าคนย่อมอยากรู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ประเด็นของผมคือ ผมอยากให้เรามั่นใจในตัวเอง ดูจากประสบการณ์ และจุดแข็งของสหราชอาณาจักรทั้งในแง่สังคมและเศรษฐกิจ เราจะหาทางสะท้อนความต้องการของประชาชน ด้วยวิธีการที่จะสร้างความมั่นคงให้กับอนาคตของประเทศได้ อีกทั้งยังเคารพและสร้างความมั่นคงให้กับอนาคตอียูด้วย
อังกฤษอยากอยู่ต่อในตลาดร่วม แต่ไม่อยากให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานอย่างเสรี อังกฤษเรื่องมากเกินไปหรือเปล่าคะ
อย่างที่ท่านรัฐมนตรีต่างประเทศพูด มีความขัดแย้งระหว่างความต้องการ 2 สิ่งที่ตอนนี้ยังไม่สามารถไปด้วยกันได้ อย่างที่รัฐมนตรีต่างประเทศและนายกฯได้พูดไว้ ว่านั่นจะเป็นประเด็นที่นายกฯและผู้เจรจาคนต่อไปต้องไปพูดคุยกัน ผมคิดว่าถูกต้องแล้วที่อังกฤษต้องนำสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประชาชน แต่สิ่งที่ดีที่สุดคืออะไร จะได้คำตอบในอีก 2 ปีข้างหน้า แต่สำหรับตอนนี้ สิ่งที่เราควรเน้นคือ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คนอังกฤษยังสามารถอาศัยอยู่ ทำงาน และลงทุน ในประเทศสหภาพยุโรป และกลับกัน คนจากประเทศยุโรป ก็ทำได้เหมือนกันในอังกฤษ ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงตอนนี้
เมื่ออังกฤษออกจากสหภาพยุโรปแล้ว ภาษาอังกฤษอาจจะไม่ใช่หนึ่งในภาษาทางการของสหภาพยุโรปต่อไปก็ได้ ภาษาอังกฤษจะลดความสำคัญลงในเวทีโลกไหมคะ
ผมคิดว่าเราไม่สามารถกำหนดนโยบายว่าภาษาไหนสำคัญกว่ากัน ผู้คนจะตัดสินใจเองว่าจะใช้ภาษาอะไร ในการทำธุรกิจและการศึกษา ผมคิดว่าอังกฤษยังคงเป็นภาษาที่สำคัญในเวทีโลกเหมือนกับอีกหลายๆภาษา อย่างเช่นภาษาจีน หรือภาษาฝรั่งเศสก็สำคัญเช่นกัน ผมคิดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงในแง่ที่ว่าภาษาอังกฤษยังคงเป็นภาษาที่ใช้ในการทำธุรกิจทั่วโลก
ผลการลงประชามติจะส่งผลกระทบยังไง ต่อนักเรียนไทยที่อังกฤษ คนไทยที่ลงทุนที่นั่น หรือซื้อบ้านที่นั่นคะ
ไม่กระทบครับ หรืออย่างน้อยก็ไม่ใช่ในทันที เราต้องรอผลการเจรจาอีก 2 ปีข้างหน้า แต่ก็ไม่น่าจะมีอะไร เปลี่ยนแปลงสำหรับ นักเรียนไทย นักลงทุนไทย หรือนักธุรกิจไทย งานของผมที่เมืองไทย รวมทั้งของสถานทูตไทยที่กรุงลอนดอน จะเน้นการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพกับกลุ่มคนต่างๆ ทั้งนักธุรกิจในเมืองไทยและอังกฤษ รวมทั้งโอกาสในการร่วมมือกัน เรามีพื้นฐานร่วมกันที่แข็งแกร่ง และจะเป็นอย่างนั้นต่อไป
ในแง่การค้าการลงทุนระหว่างไทยกับอังกฤษ เมื่ออังกฤษออกจากสหภาพยุโรปแล้ว อาจทำให้อังกฤษไม่น่าสนใจเท่าตอนที่เป็นสมาชิกอียูหรือเปล่าคะ
ผมขออนุญาตบอกว่า ไม่เป็นเช่นนั้นครับ อังกฤษยังคงจะเป็นประเทศที่น่าลงทุนต่อไป อังกฤษยังคงเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่อันดับ 5 ของโลก เราเป็นสมาชิกกลุ่มประเทศ จี-7 และ จี-20 เราเป็นสมาชิกนาโต้ เป็นสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และเรามีมูค่าการค้าขายกับไทยราว 5 พันล้านปอนด์ มีการลงทุนที่เมืองไทยราว 9 ล้านปอนด์ ผมคิดว่าในภาพใหญ่ แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงระหว่างสหราชอาณาจักรกับสหภาพยุโรป สำหรับประเทศไทย อังกฤษยังคงเป็นประเทศที่เปิดกว้าง ทันสมัย และมีนวัตกรรม และจะยังคงเป็นประเทศที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนไทย นักธุรกิจไทย นักเรียนไทย และนักท่องเที่ยวไทย
สำหรับการปฎิบัติหน้าที่ของท่านทูตที่เมืองไทย ภารกิจหลักคืออะไรคะ
ผมจะพยายามสื่อสารให้เข้าใจว่า อังกฤษที่ทันสมัยคืออะไร เพราะคนจำนวนมากมองอังกฤษในแง่มุมโรแมนติก มองประเพณีวัฒนธรรม ราชวงศ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี แต่อังกฤษสมัยใหม่เป็นประเทศที่มีนวัตกรรมสูงมาก มีการค้นคว้าวิจัยแนวหน้าจำนวนมากในอังกฤษ มหาวิทยาลัย 4 ใน 10 อันดับที่ดีที่สุดในโลกอยู่ที่อังกฤษ เรามีจุดแข็งในด้านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่ๆ แต่คนนอกประเทศอาจยังไม่ค่อยได้รับทราบเท่าที่ควร ภารกิจหลักของผมที่เมืองไทยคือการสื่อสาร ว่าอังกฤษมีจุดเด่นอะไรบ้างในฐานะ ประเทศที่มองไปข้างหน้า ทันสมัย รวมทั้งโอกาสต่างๆที่เรามีให้สำหรับผู้ที่อยากร่วมมือกับเราครับ
พบกับบทสัมภาษณ์พิเศษนี้ได้ในรายการ ‘มองเรามองโลก’ วันนี้ เสาร์ที่ 2 กรกฎาคม 2559 เวลา 18.20 น.ทางเนชั่นทีวี





