หลังจากสหรัฐประกาศเลื่อนขั้นไทยพ้นชาติล้มเหลวแก้ปัญหาค้ามนุษย์
กลุ่มสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศวิพากษ์วิจารณ์การถอดไทยพ้นประเทศที่มีประวัติการค้ามนุษย์ขั้นเลวร้ายของสหรัฐฯ ระบุ เป็นการตัดสินใจผิดที่ผิดเวลา และอ้างว่าเป็นความเคลื่อนไหวที่มีแรงจูงใจทางการเมือง
ผู้อำนวยการบริหารมูลนิธิความยุติธรรมสิ่งแวดล้อม นายสตีฟ เทรนต์ ซึ่งตีแผ่ผลการสืบสวนตรวจสอบอุตสาหรรมอาหารทะเลไทย ระบุว่า การปรับขึ้นในครั้งนี้เป็นการตัดสินใจผิดที่ผิดเวลา พร้อมทั้งเรียกร้องให้ไทย ดำเนินการปฏิรูปอย่างถาวร เพื่อรับประกันว่า ธรรมเนียมการคอรัปชัน ซึ่งอยู่เบื้องหลังเหตุละเมิดทั้งหลายจะได้รับการแก้ไข
นอกจากนี้ ในรายงานการสืบสวนอื่นๆ ยังพบว่า ปัญหาการค้ามนุษย์ ฆาตกรรมและคอรัปชันในทุกระดับของเจ้าหน้าที่รัฐ ยังคงแพร่กระจายทั่วอุตสาหกรรมประมงของไทย
ทั้งนี้ กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ เผยรายงานค้ามนุษย์ ประจำปี 2559 ซึ่งประเมินความพยายามแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ของประเทศต่างๆ ทั่วโลก ได้เลื่อนชั้นไทยขึ้น 1 อันดับ จาก “เทียร์ 3” อันได้แก่ประเทศที่ล้มเหลวในการป้องกันช่วยเหลือเหยื่อ หรือจับกุมผู้ค้ามนุษย์ ไปอยู่ “เทียร์ 2 เฝ้าระวัง” คือประเทศที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ สะท้อนให้เห็นว่าไทยมีการแก้ไข และปรับปรุงในเรื่องนี้ได้ดีขึ้น
ส่วนเมียนมา ถูกลดชั้นไปอยู่ “เทียร์ 3” เพราะล้มเหลวที่จะดำเนินการมากขึ้น เพื่อป้องกันการละเมิดหรือการค้ามนุษย์ที่มีอยู่อย่างแพร่หลายได้ เช่นเดียวกับอุซเบกิสถานที่ถูกลดไปอยู่ “เทียร์ 3” หลังจากได้รับการเลื่อนไปอยู่“เทียร์ 2 เฝ้าระวัง” ได้เพียงปีเดียว สืบเนื่องจากมีการบังคับใช้แรงงานในอุตสาหกรรมฝ้ายของประเทศ
รายงานยังเน้นถึงวิกฤติผู้อพยพซีเรียที่ยังยืดเยื้อ พร้อมย้ำข้อกล่าวหาที่ว่า เกือบทุกฝ่ายที่ทำสงครามกลางเมืองในซีเรีย รวมถึง กองทัพรัฐบาล และกลุ่มนักรบวายพีจี ที่สหรัฐให้การสนับสนุน มีการใช้ทหารเด็ก โดยยังคงอันดับซีเรียไว้ในกลุ่มเทียร์ 3 ร่วมกับประเทศอื่นๆ อย่าง จิบูตี ปาปัวนิวกินี และซูรินาม อันทำให้ประเทศที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้ มีจำนวน 26 ประเทศ ซึ่งสหรัฐเชื่อว่าไม่ได้จริงจังในการแก้ปัญหาการลักลอบค้ามนุษย์หรือการกดขี่แรงงาน




