ผู้ประกอบการสหรัฐและเมียนมา เรียกร้องให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทุกรูปแบบต่อเมียนมา รวมทั้งคืนสิทธิพิเศษทางศุลกากรเป็นการทั่วไป
โดยระบุว่า มีแต่วิธีนี้เท่านั้นที่จะช่วยให้เมียนมาก้าวขึ้นมาเป็นประเทศที่มีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง
ในการประชุมหัวข้อ"ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจสหรัฐ-เมียนมา:ระยะต่อไป" นายหม่อง หม่อง เลย์ รองประธานสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมเมียนมา กล่าวว่า เมียนมาอยู่ในยุคใหม่ รัฐบาลใหม่ของเมียนมาที่เพิิ่งได้รับการเลือกตั้งเข้าไปบริหารประเทศ กำหนดนโยบายโดยคำนึงถึงประชาชนในประเทศเป็นหลัก นอกจากนี้ ยังมีนโยบายสนับสนุนธรรมาภิบาลและความโปร่งใส
ด้านนายจอห์น โกเยอร์ ผู้อำนวยการระดับอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของสภาหอการค้าอเมริกันกล่าวว่า ประชาคมธุรกิจอเมริกันสนับสนุนความพยายามของเมียนมาอย่างเต็มที่ในอันที่จะปรับปรุงประเทศให้มีความทันสมัย และเปิดกว้างทางเศรษฐกิจ และฝ่ายสหรัฐมีความตั้งใจจริงที่จะเป็นหุ้นส่วนกับความพยายามนี้ของประชาคมธุรกิจเมียนมา
นายสก็อต มาร์เซล เอกอัคราชทูตสหรัฐประจำเมียนมา ย้ำว่า สหรัฐสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยของเมียนมา และส่งเสริมความพยายามของรัฐบาลเมียนมาในอันที่จะกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมทั้งมองเห็นโอกาสมากมายสำหรับบริษัทอเมริกันที่จะเข้าไปลงทุนในเมียนมา ทั้งในภาคอุตสาหกรรมพลังงาน ขนส่ง การบริการ โทรคมนาคม และภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ
ทั้งนี้ นับจนถึงวันที่ 7 มิ.ย. เมียนมา ได้อนุมัติการลงทุนของสหรัฐไปแล้วคิดเป็นมูลค่า 248 ล้านดอลลาร์ ส่วนในปี 2558 ยอดส่งออกของสหรัฐไปเมียนมามีมูลค่า 227 ล้านดอลลาร์ ส่วนยอดนำเข้าอยู่ที่ 144 ล้านดอลลาร์





