สหรัฐเดินหน้าอีกขั้นในการสกัดเกาหลีเหนือไม่ให้เข้าถึงระบบการเงินโลกและสหรัฐ เพื่อนำเงินไปเป็นทุนในการทำอาวุธนิวเคลียร์
กระทรวงการคลังสหรัฐออกมาตรการเพิ่มเติม เพื่อสกัดไม่ให้เกาหลีเหนือใช้กลไกที่ยังพอมีอยู่เข้าถึงระบบการเงินโลกได้ หลังเกิดเหตุบริษัทความมั่นคงทางไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องกับเกาหลีเหนือ ล้วงข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ครั้งล่าสุด ขโมยเงินไปได้อย่างน้อย 81 ล้านดอลลาร์
กระทรวงการคลังสหรัฐซึ่งเคยใช้เทคนิคการคว่ำบาตร กดดันจนอิหร่านยอมล่าถอยเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของตนลงไปมาก ได้พยายามออกมาตรการคว่ำบาตรระดับสองต่อเกาหลีเหนือ ซึ่งจะทำให้สหรัฐตัดขาดธนาคารหรือบริษัทใด ๆ ก็ตามในระบบการเงินของสหรัฐที่ทำธุรกรรมการเงินกับรัฐบาลเปียงยาง
แถลงการณ์ของกระทรวงการคลังเมืื่อวันที่ 1 มิถุนายน ตามเวลาท้องถิ่น เรียกร้องให้สถาบันการเงินของสหรัฐห้ามเปิดหรือรักษาบัญชีธนาคารตัวแทน ซึ่งเป็นธนาคารประเทศที่ 3 ที่ตั้งขึ้นเพื่อรับเงินฝากหรือจ่ายเงินในนามของสถาบันการเงินต่างชาติกับสถาบันการเงินเกาหลีเหนือ ที่รุนแรงกว่านั้นคือกระทรวงยังห้ามใช้บัญชีธนาคารตัวแทนประเทศที่ 3 ทำธุรกรรมกับสถาบันการเงินเกาหลีเหนือด้วย
ปัจจุบันกฎหมายสหรัฐห้ามสถาบันการเงินของตนทำธุรกรรมกับเกาหลีเหนืออยู่แล้ว แต่ท่าทีล่าสุดของกระทรวงการคลังเป็นมาตรการเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้ามใช้บัญชีในสหรัฐของธนาคารประเทศที่ 3 ไปทำธุรกรรมกับเกาหลีเหนือ
มาตรการนี้จะส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อธนาคารจีน ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมการเงินระหว่างเกาหลีเหนือกับจีน ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ของรัฐบาลเปียงยาง รวมทั้งสถาบันการเงินบางแห่งในมาเก๊า ฮ่องกง และสิงคโปร์ ที่เกาหลีเหนือมักซุกซ่อนกิจกรรมการเงินที่ใช้จ่ายไปกับขีปนาวุธ เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ และสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมายสำหรับโครงการนิวเคลียร์





