ผู้นำฟิลิปปินส์เผย กลุ่มติดอาวุธ "อาบู ไซยาฟ" มีแผนลักพาตัว "แมนนี ปาเกียว" นักมวยขวัญใจชาวฟิลิปปินส์ และเตรียมลอบสังหารตัวเขา
ประธานาธิบเบนิโญ อาคีโนของฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า กลุ่มติดอาวุธอาบู ไซยาฟที่เพิ่งก่อเหตุสะท้านโลก ฆ่าตัดคอตัวประกันชาวแคนาดาไปหมาดๆ มีแผนหมายลอบสังหารตัวเขา และลักพาตัว "แมนนี ปาเกียว" นักมวยชื่อดังของฟิลิปปินส์ แต่โชคดีที่แผนร้ายดังกล่าวแตกเสียก่อน
ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ระบุด้วยว่ากลุ่มมุสลิมติดอาวุธอาบู ไซยาฟ ในฟิลิปปินส์ มีแผนก่อวินาศกรรมด้วยการลอบวางระเบิดโจมตีในกรุงมะนิลา หวังโชว์ศักยภาพ และขอเงินสนับสนุนการก่อการร้ายจากกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือไอเอส ที่เคลื่อนไหวอยู่ในอิรักและซีเรีย เพียงแต่แผนร้ายเหล่านี้ของอาบู ไซยาฟ ถูกนำไปแพร่งพรายเสียก่อน ทำให้กองทัพฟิลิปปินส์ ปราบปรามกลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้ได้
ประธานาธิบดีอาคีโน ซึ่งใกล้จะหมดวาระดำรงตำแหน่งในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ กล่าวถึงกรณีที่นายจอห์น ริดส์เดล ชาวแคนาดา วัย 68 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวประกันที่ถูกกลุ่มอาบู ไซยาฟ บุกจับตัวเรียกค่าไถ่จากรีสอร์ต ทางภาคใต้ของประเทศ ตั้งแต่เดือนกันยายน ปี2558 ถูกฆ่าตัดศีรษะอย่างเหี้ยมโหด โดยตำรวจได้พบศีรษะของเขาถูกนำมาทิ้งในเมืองโจโล บนเกาะซูลู เมื่อไม่กี่วันก่อน หลังจากกลุ่มอาบู ไซยาฟไม่ได้รับเงินค่าไถ่ เมื่อเลยกำหนดเส้นตายว่า ได้ส่งหนังสือแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของนายริดส์เดล
นายอาคีโนเผยด้วยว่าขณะนี้ กลุ่มอาบู ไซยาฟยังคงมีตัวประกันชาวต่างชาติไว้ในมืออีกประมาณ 20 คน
ด้านแมนนี ปาเกียว นักมวยแชมป์โลกคนดังขวัญใจชาวฟิลิปปินส์ กล่าวที่กรุงมะนิลาว่า รู้สึกตกใจที่รู้ว่าตนเองตกเป็นเป้าลักพาตัวของกลุ่มอาบู ไซยาฟ เพราะเขาถือว่าชาวฟิลิปปินส์ทุกคนเป็นเพื่อน โดยเฉพาะชาวมุสลิม และเขาเองก็เพิ่งทราบเรื่องนี้เมื่อประธานาธิบดีเปิดเผย จึงมีมาตรการรักษาความปลอดภัยมาดูแลภรรยาและบุตร 5 คนที่อาศัยอยู่ในเมืองเจนเนอรัล ซานโตส บ้านเกิดของเขา





