รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐ “นายแอช คาร์เตอร์” ออกคู่มือนโยบายฉบับใหม่ วัตถุประสงค์เพื่อควบคุมการใช้ยาสูบภายในกองทัพสหรัฐ
นายคาร์เตอร์ทำบันทึกภายในกระทรวงกลาโหม ลงวันที่ 8 เมษายน ระบุรายละเอียดของคู่มือนโยบายฉบับใหม่ซึ่งมีทั้งการขึ้นราคายาสูบในฐานทัพให้เท่ากับราคาตลาด และขยายเขตปลอดบุหรี่ในพื้นที่ที่เด็กเข้าไปใช้บ่อย ๆ ด้วยเจ้าหน้าที่กระทรวงคนหนึ่งแจ้งว่า ขณะนี้บุคลากรของกองทัพกำลังประชุมเพืื่อหารือถึงหนทางนำคู่มือนโยบายของนายคาร์เตอร์ไปปฏิบัติ
บริษัทบุหรี่ “อาร์.เจ. เรย์โนลด์ส” ปฏิเสธจะให้ความเห็นต่อเรื่องนี้ แต่ประธานและหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารสมาคมปอดอเมริกัน “นายฮาโรลด์ พี. วิมเมอร์” แถลงว่า นี่คือก้าวย่างสำคัญในทิศทางที่ถูกต้อง สมาคมขอเรียกร้องให้กระทรวงกลาโหมปฏิบัติตามคำแนะนำของสถาบันการแพทย์เพื่อต่อต้านการใช้ยาสูบในทหารและทหารผ่านศึกทุกประการ เพื่อขจัดการใช้ยาสูบในกองทัพให้หมดสิ้นไปในที่สุด ซึ่งเป็นประโยชน์ทั้งในแง่สุขภาพและงบประมาณ
ครั้งหนึ่งกองทัพสหรัฐเคยอนุญาตและส่งเสริมให้ใช้ยาสูบ ด้วยประชาชนยังมีความเชื่อผิด ๆ ว่า ยาสูบช่วยคลายเครียดให้กับทหาร เมื่อพวกเขาต้องเผชิญอันตรายหรือเมื่อเกิดความเหนื่อยหน่ายขณะปฏิบัติหน้าที่ มีการแจกจ่ายบุหรี่ในภาคสนามจนถึงกลางทศวรรษ 70
ข้อมูลจากกระทรวงกลาโหม ระบุว่า ยาสูบทำให้กองทัพต้องเสียค่าใช้จ่ายปีละประมาณ 1,600 ล้านดอลลาร์ จากการสูญเสียผลิตภาพและค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพจากโรคระบบทางเดินหายใจ หลอดเลือดหัวใจ และหายป่วยช้าคาดว่าค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นถึง 19,000 ล้านดอลลาร์ระหว่าง 10 ปีข้างหน้านี้ และส่งผลให้เกิดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร 175,000 ราย




