สหรัฐและอีก 7 ประเทศร่วมกันเรียกร้องให้โลก เร่งแก้ไขปัญหาเหล็กล้นตลาด หลังประชุมประเทศผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ไม่สามารถหามาตรการแก้ไขได้
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เผยแพร่แถลงการณ์ร่วมของผู้แทนจากสหรัฐ แคนาดา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น เม็กซิโก เกาหลีใต้ สวิตเซอร์แลนด์และตุรกีที่ระบุว่า ทุกประเทศเห็นพ้องว่า จำเป็นต้องปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมเหล็กอย่างเร่งด่วน และให้เป็นไปตามกลไกตลาด อีกทั้ง รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ไม่ควรให้การอุดหนุน หรือช่วยเหลือโรงงานเหล็กที่ขาดทุนหรือส่งเสริมกำลังผลิตส่วนเกิน
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐ นางเพนนี พริตซ์เกอร์ และนายมิเชล โฟรแมน ผู้แทนการค้าสหรัฐ ยังได้ออกแถลงการณ์แยกต่างหากว่า สหรัฐและอีก 7 ประเทศ มีเป้าหมายร่วมกันว่า จะต้องทำให้ประเทศอื่น รวมทั้งจีน ตระหนักถึงมาตรการเหล่านี้ และจะร่วมกันแก้ไขที่ต้นเหตุของปริมาณเหล็กล้นตลาด โดยสหรัฐ จะดำเนินมาตรการทั้งทวิภาคีและพหุภาคีกับคู่ค้ารวมทั้งจีน เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว
รัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่การค้าประเทศผู้ผลิตเหล็กกว่า 30 ประเทศ ประชุมกันที่กรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยมีเบลเยียมและองค์การเพื่อความร่วมมือเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือโออีซีดี เป็นเจ้าภาพเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาปริมาณเหล็กล้นตลาด แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ และได้เพียงข้อสรุปว่า จะต้องแก้ไขที่โครงสร้าง
นอกจากนี้ โออีซีดี ระบุว่า ปีที่แล้วกำลังการผลิตเหล็กทั่วโลกอยู่ที่ 2,370 ล้านตัน ในจำนวนนี้ ถูกนำไปใช้จริงเพียง 67.5% ลดลงจากปี 2557 ที่มีการนำเหล็กไปใช้จริง 70.9% ของที่ผลิตได้
ปริมาณเหล็กล้นตลาด ส่งผลกระทบต่ออังกฤษมากเป็นพิเศษ เมื่อทาทาสตีล ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ที่สุดของประเทศ ประกาศปิดกิจการในอังกฤษ ทำให้มีคนตกงาน 15,000 คน ขณะที่คนงานเหล็กในเยอรมนีกว่า 40,000 คน ชุมนุมตามท้องถนนเมื่อสัปดาห์ก่อน เพื่อประท้วงกรณีจีนทุ่มตลาด





