ตำรวจในกรุงวอชิงตันของสหรัฐจับกุมผู้ประท้วงนับร้อยคนที่ประท้วงอยู่นอกสภาคองเกรส เพื่อให้คนตระหนักถึงอิทธิพลของบริษัทเอกชนที่มีต่อการเมือง
การรณรงค์เริ่มต้นขึ้นด้วยการเดินขบวนของประชาชนราว 500 คนในกรุงวอชิงตันเมื่อวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ “เดโมเครซี สปริง” เพื่อเชื่อมโยงกับการประท้วงอาหรับสปริงเมื่อปี 2554 ที่โค่นล้มรัฐบาลอียิปต์ และมีการประท้วงรัฐบาลแบบเดียวกันนี้ทั่วแอฟริกาเหนือและตะวันออกกลาง
ครั้นเมื่อผู้ประท้วงเข้าใกล้อาคารรัฐสภา ตำรวจได้ตั้งแถวพร้อมประกาศให้ผู้ประท้วงออกจากเขตรักษาความปลอดภัย ผู้ใดฝ่าฝืนจะต้องถูกจับกุม ปรากฏว่าผู้ประท้วงราว 200 คน ไม่ยอมถอย จึงเกิดการจับกุมกันขึ้น โดยตำรวจซึ่งประจำการอยู่ที่อาคารรัฐสภายังไม่ทราบจำนวนผู้ถูกจับกุมที่แน่ชัด
คาจา เรบาเน วัย 38 ปี นักศึกษาปริญญาโทจากวิสคอนซิน เปิดเผยว่า ตอนนี้สหรัฐกำลังมีการหาเสียงซึ่งต้องใช้เงินทั้งนั้น จึงเป็นเรื่องยากที่ปัญหาของชาวอเมริกันทั่วไปจะถูกรับรู้ เช่นเดียวกับ เรย์ ลูอิส ตำรวจเกษียณจากฟิลาเดลเฟีย ที่กล่าวว่า เขาพยายามนำสารแห่งประชาธิปไตยมาบอกแก่คนอเมริกันผิวขาวซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ ขณะที่คนส่วนน้อยรู้ความจริงหมดแล้ว แต่คนอเมริกันส่วนใหญ่ยังไม่รู้และใช้ชีวิตอยู่ในโลกแห่งความฝันต่อไป
ทั้งนี้ ในปี 2553 ศาลสูงสหรัฐเคยมีคำพิพากษาเรื่องเงินทุนในการหาเสียงเลือกตั้ง ยอมรับให้บริษัทและสหภาพแรงงานจ่ายเงินทางอ้อมในการหาเสียงได้ไม่จำกัด และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาได้มีเงินจำนวนมหาศาลทะลักเข้าสู่การเลือกตั้งอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปีนี้จะใช้เงินมากกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์





