ไซปรัสยันจี้เครื่องบินอียิปต์ไม่ใช่ก่อการร้าย

ไซปรัสยันจี้เครื่องบินอียิปต์ไม่ใช่ก่อการร้าย

ผู้นำไซปรัสยืนยันว่า เหตุจี้เครื่องบินอียิปต์ไม่ใช่การก่อการร้าย ขณะที่คนร้ายยังจับตัวประกัน 7 คน

ประธานาธิบดีนิคอส อนาสตาเซียเดส ของไซปรัสแถลงว่า เหตุคนร้ายจี้เครื่องบินของสายการบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบินเอ็มเอส181 มาลงจอดที่สนามบินลาร์นากา ทางภาคใต้ของไซปรัสวันนี้ (29 มี.ค.) นั้น ไม่ใช่เหตุก่อการร้าย และได้ปล่อยตัวประกันส่วนใหญ่แล้ว

ประธานาธิบดีอนาสตาเซียเดสเปิดเผยว่า จากการเจรจากับเจ้าหน้าที่นั้นพบว่าคนร้ายต้องการพูดคุยกับภรรยาเก่าชาวไซปรัสซึ่งกำลังมีปัญหากันและแยกกันอยู่ โดยขณะนี้เธอกำลังเดินทางไปที่สนามบิน

กระทรวงการบินพลเรือนอียิปต์ะบุว่า ขณะนี้คนร้ายซึ่งขู่นักบินว่ามีแผงระเบิดติดตัว ได้ยอมปล่อยตัวผู้โดยสารส่วนใหญ่จากทั้งหมดราว 55คนยกเว้นลูกเรือ 4 คนและผู้โดยสารอีก3 คนบนเครื่องบินลำดังกล่าวซึ่งออกเดินทางจากเมืองอเล็กซานเดรียมุ่งหน้าสู่กรุงไคโรของอียิปต์

สื่อของไซปรัสรายงานว่า คนร้ายจี้เครื่องบินมีเพียงคนเดียวและยังไม่ชัดเจนว่าคนร้ายมีแผงระเบิดติดตัวตามที่กล่าวอ้างจริงหรือไม่

ด้านกระทรวงต่างประเทศไซปรัสรายงานว่า ผู้ก่อเหตุครั้งนี้ชื่อว่านายเซอิฟ เอลดิน มุสตาฟาแต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม และว่าสถานการณ์จับตัวประกันยังดำเนินต่อไป

ทั้งนี้ ผู้โดยสารบนเครื่องเป็นชาวอียิปต์ 30 คน แต่มีชาวต่างชาติ คือชาวอเมริกัน 8 คน ชาวอังกฤษ 4 คน ชาวเนเธอร์แลนด์ 4 คน ชาวเบลเยียม 2 คน และชาวอิตาลี 1 คน รวมอยู่ด้วย

ขณะนี้สนามบินลาร์นากาได้ปิดให้บริการไม่มีกำหนด และเที่ยวบินต่างๆ ที่มีกำหนดลงจอดที่สนามบินแห่งนี้ได้เปลี่ยนเส้นทางไปลงจอดที่อื่น

ย้อนรอยเหตุจี้เครื่องบินที่สนามบินลาร์นากา 28 ปีก่อน

เมื่อเดือนเมษายน 2531สนามบินลาร์นากาเคยเกิดเหตุจี้เครื่องบินมาแล้ว โดยเป็นสายการบินคูเวตแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ 422 ซึ่งเดินทางออกจากกรุงเทพมหานครและถูกกลุ่มคนร้ายชาวเลบานอนจี้บังคับมาลงจอดที่สนามบินแห่งนี้ พร้อมจับผู้โดยสารและลูกเรือรวม 112 ชีวิตเป็นตัวประกันแลกกับให้ทางการคูเวตปล่อยตัวผู้ต้องหาระเบิดคูเวต 17 คน

กลุ่มคนร้ายจี้เครื่องบินไปลงจอดที่อิหร่านก่อนเป็นแห่งแรก จากนั้นได้บินมาลงจอดที่ไซปรัส และแอลจีเรีย รวมระยะเวลาจี้เครื่องบินทั้งหมด 16 วัน ตั้งแต่วันที่ 5-20 เมษายน ระหว่างนั้นได้สังหารตัวประกัน 2 คน นับเป็นการจี้บังคับเครื่องบินยาวนานที่สุดครั้งหนึ่งของโลก