"รัฐสภาเมียนมา" เตรียมลงมติเลือกประธานาธิบดีคนใหม่ในวันพรุ่งนี้ หลังพรรคเอ็นแอลดีของนางอองซาน ซูจี กวาดชัยชนะอย่างถล่มทลาย
รัฐสภาเมียนมาจะลงมติเลือกประธานาธิบดีคนใหม่ในวันพฤหัสบดี (10 มี.ค.) นี้หลังจากพรรคสันบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือเอ็นแอลดีของนางอองซาน ซูจี กวาดชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งเมื่อสี่เดือนก่อน
ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับทหารที่แสนซับซ้อน กำหนดให้มีการเสนอรายชื่อผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีได้ 3 คน แต่เป็นไปได้ว่าคู่แข่งจากพรรคเอ็นแอลดีมีโอกาสนั่งตำแหน่งประธานาธิบดีมากที่สุด
ส่วนนางอองซาน ซูจี ที่หมดสิทธินั่งตำแหน่งประธานาธิบดี เพราะมีบุตรเป็นชาวต่างชาติ เธอได้ประกาศชัดว่า จะอยู่เหนือผู้นำที่เป็นเพียงตัวแทน เรื่องนี้พรรคเอ็นแอลดีปิดปากเงียบไม่ยอมบอกว่าใครเป็นคนโปรดของเธอ
ทั้งนี้ ผู้ที่อาจได้รับการเสนอชื่อให้เป็นประธานาธิบดีเมียนมาคนต่อไป เริ่มต้นจาก “ถิ่นจอ” ที่บ่อยครั้งถูกเรียกว่า เป็นคนขับรถส่วนตัวของนางซูจี แต่ในความเป็นจริงเขาเป็นมากกว่านั้น เป็นทั้งเพื่อนนักเรียน นักการเมืองมากประสบการณ์ของพรรค และเป็นที่ปรึกษาที่เธอไว้วางใจมากที่สุดคนหนึ่ง เป็นผู้ภักดีอย่างไม่ต้องสงสัย ในฐานะบุตรชายของ “มิน ทู วุน” นักเขียนและกวีผู้โด่งดัง ถิ่น จอ วัย 69 ปี ได้รับการนับหน้าถือตาอย่างกว้างขวางในหมู่นักการเมือง นอกจากนี้เขายังเป็นผู้บริการอาวุโสในกองทุนการกุศลของนางซูจีด้วย ส่วนภรรยาก็เป็น ส.ส.คนหนึ่งของพรรคเอ็นแอลดี
ทิน เมียว วิน นายแพทย์ประจำตระกูลผู้มากบารมี เป็นหนึ่งไม่กี่คนที่ได้รับอนุญาตให้พบกับนางซูจี ระหว่างที่เธอถูกกักบริเวณอยู่ในบ้านร่วม 15 ปี ในยุครัฐบาลทหาร โดยทิน เมียว วิน วัย 64 ปี เป็นประธานเครือข่ายสุขภาพแห่งชาติของพรรค และยังคงเป็นเพื่อนสนิทที่ได้เข้าร่วมเจรจาครั้งสำคัญกับนายพลมิน อ่อง หล่าย เคียงข้างกับนางซูจี แต่เขาไม่มีภูมิหลังทางทหารที่จะทำให้กองทัพซึ่งยังมีอำนาจอยู่ในขณะนี้พึงพอใจได้
ปัจจุบัน ทิน เมียว วิน ยังคงทำงานภาคกลางวันเป็นหัวหน้าแผนกศัลยกรรมโรงพยาบาลฟรีมุสลิมในนครย่างกุ้งด้วย
ทิน มาร์ อ่องผู้ช่วยส่วนตัวของนางซูจี ที่มีคุณลักษณะหลายประการเหมือนกับทิน เมียว วิน ทั้งเป็นแพทย์และเป็นพันธมิตรใกล้ชิดเหมือนกัน เธอได้รับการยกย่องจากชาวพุทธกลุ่มน้อยในรัฐยะไข่ ทั้งยังได้รับการชักชวนให้มานั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แม้หลาย ๆ คนเสนอว่า นางซูจีอาจจะนั่งในตำแหน่งนี้เอง
ในสายตาคนวงในของพรรคเอ็นแอลดี มองว่า ทิน มาร์ อ่อง เป็นคนตรงกว่า ทิน เมียว วิน แต่ความแข็งกร้าวเช่นนี้อาจเป็นสิ่งที่นางซูจีต้องการก็ได้
ทิน อู อดีตนายพลที่ผันตัวเองมาเป็นนักประชาธิปไตย และได้รับการยกย่องอย่างมากในเมียนมา เขาเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งพรรคเอ็นแอลดี หลังจากการประท้วงครั้งใหญ่เมื่อปี 2531 ที่จบลงด้วยการปราบปรามอย่างนองเลือดของรัฐบาล
จากประสบการณ์การเป็นผู้บัญชาการกองทัพสมัยรัฐบาลเนวิน ทิน อู จึงมีวิสัยทัศน์ด้านการป้องกันประเทศ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่อดีตนักโทษการเมืองวัยเกือบ 90 ปีผู้นี้ ไม่ค่อยมีทีท่าว่าอยากเป็นผู้นำประเทศ ปีที่แล้วเขาเคยกล่าวกับเว็บไซต์ข่าวอิระวดีว่า “ผมไม่เคยอยากเป็นประธานาธิบดี”
ขณะที่ยังไม่ชัดว่าใครเป็นตัวเก็ง หลาย ๆ คนก็เริ่มสอดส่ายสายตาหาคนอื่นบ้าง อย่าง วิน เต็ง โฆษกพรรคที่เริ่มมีการพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้เขาจะประกาศไปแล้วเมื่อปีก่อนว่า จะไม่ลงเลือกตั้ง ส.ส. เพราะปัญหาเรื่องวัยและสุขภาพ
ส่วนโม อ่อง นักการเมืองเก่าแก่และกรรมการบริหารของพรรคอีกคนหนึ่ง ก็ได้รับการชักชวนมาด้วยเช่นกัน เขาผู้นี้มีชื่อเสียงทั้งในแง่ความอ่อนน้อมถ่อมตนและเป็นผู้อยู่เบืื้องหลังการเมือง





