จีนปฏิรูประบบภาษีและงบประมาณให้แข็งแกร่งขึ้นอีกขั้น ด้วยการเตรียมนำภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) มาใช้ แทนภาษีธุรกิจในอุตสาหกรรมทุกประเภท
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจีน “นายหลู่ จีเว่ย” แถลงนอกรอบการประชุมสมัชชาประชาชนจีนประจำปี เมื่อวานนี้ (7 มี.ค.) ว่าตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมเป็นต้นไป กระทรวงการคลังจะเพิ่มการใช้แวตแทนภาษีธุรกิจ สอดคล้องกับถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ที่มีต่อสภาประชาชนแห่งชาติจีนว่า การใช้แวตจะขยายออกไปให้ครอบคลุมถึง ธุรกิจก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ การเงิน และบริการผู้บริโภค เพื่อสร้างหลักประกันเรื่องการลดภาระภาษีให้กับอุตสาหกรรมทุกประเภท
ทั้งนี้ จีนเคยทดลองเก็บแวตเมื่อปี 2555 พบว่า ระหว่างปี 2555-หกเดือนแรกของปี 2558 มาตรการนี้ช่วยให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีได้กว่า 484,800 ล้านหยวน คิดเป็น 0.2% ของผลผลิตมวลรวมประชาชาติหรือจีดีพีในช่วงนั้น
ส่วนความคืบหน้าในการปราบปรามทุจริตของจีนนั้น คณะกรรมการกลางตรวจสอบวินัย หรือซีซีดีไอ แถลงผ่านเว็บไซต์ว่า ในปี 2558 ที่ผ่านมา พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ลงโทษสมาชิกที่ทุจริตไปเกือบ 300,000 คน เป็นโทษสถานเบา 200,000 คน และโทษสถานหนัก 82,000 คน แต่รวมแล้วคิดเป็นเพียง 0.3% ของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ทั้งหมดจำนวน 88 ล้านคน และพรรคยังใช้กลไกตรวจสอบวินัยภายในพรรค มากกว่าจะส่งผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริตเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม




