นายกรัฐมนตรีมัลคอล์ม เทิร์นบูลของออสเตรเลีย เผยแผนทุ่มงบประมาณกลาโหมชุดใหม่ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เดิมพันสูงในช่วงเวลาวิกฤติแห่งเอเชีย
นายเทิร์นบูลแถลงขณะเผยรายงานด้านกลาโหมชุดใหม่ว่า รัฐบาลจะทุ่มงบประมาณ 139,000 ล้านดอลลาร์ในช่วง 10 ปีข้างหน้า รวมถึงการเพิ่มจำนวนเรือดำน้ำขึ้นอีกสองเท่าเป็น 24 ลำ เพิ่มเรือพิฆาตอีก 3 ลำ ซื้อเรือรบขนาดกลางใหม่ 9 ลำ เรือลาดตระเวนนอกชายฝั่ง 12 ลำ
ส่วนกองทัพอากาศรัฐบาลจะซื้อเครื่องบินเอฟ-35 ที่เรียกว่า เครื่องบินขับไล่โจมตีร่วม มาเพิ่ม 72 ลำตั้งแต่ปี 2563 พร้อมกับปรับปรุงอุปกรณ์และฝูงยานเกราะของกองทัพบกนอกจากนี้จะเพิ่มบุคลากรใหม่อีก 2,500 นาย ทำให้กองทัพออสเตรเลียมีกำลังพลโดยรวมเพิ่มเป็น 62,400 นายซึ่งการอัดฉีดงบประมาณใหม่รอบนี้จะทำให้รายจ่ายด้านกลาโหมของออสเตรเลีย เพิ่มขึ้นเป็น 2% ของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ ภายในปี 2563-2564 เร็วกว่ากำหนดเดิมสามปี
ผู้นำออสเตรเลียแถลงระหว่างเปิดตัวแผนงบประมาณว่า โดยเขาระบุว่า ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกต่างเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมด้วยกันทั้งสิ้น อีกทั้งมีความเสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้งขึ้นในทะเลจีนใต้และคาบสมุทรเกาหลี รัฐบาลออสเตรเลียจึงมีหน้าที่ต้องต่อสู้กับบรรยากาศที่ท้าทายที่สุดในช่วงเวลาแห่งสันติ ถ้าออสเตรเลียเข้มแข็งก็จะทำให้ประเทศชาติ ภูมิภาค และโลกปลอดภัย




