"รัสเซีย" จี้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวในซีเรียอย่างเคร่งครัด รวมถึงสหรัฐ ขณะที่เครื่องบินยูเอ็นส่งเสบียงช่วยเป็นครั้งแรก
ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แถลงเมื่อวันพุธ ว่าได้สนทนาทางโทรศัพท์ร่วมกับหลายฝ่ายที่มีบทบาทสำคัญต่อสถานการณ์ในีเรีย โดยเฉพาะประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าข้อตกลงหยุดยิงเพื่อมนุษยธรรมชั่วคราวเป็นเวลา 14 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ. นี้จะได้รับการปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด และแสดงความหวังว่าสหรัฐจะปฏิบัติตามเช่นเดียวกัน ด้วยการกำกับให้ฝ่ายที่ตะวันตกสนับสนุนปฏิบัติตามข้อตกลง
ต่อข้อซักถามเกี่ยวกับ "แผนสำรอง" หากมีการละเมิดข้อตกลงเกิดขึ้น ผู้นำรัสเซียกล่าวเพียงว่า ทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญและจับตาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า มากกว่าจะคาดการณ์เหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น ขณะที่กองทัพรัสเซียรายงานเพิ่มเติมเรื่องการบรรลุข้อตกลง "ระงับความรุนแรง" ร่วมกับกลุ่มกบกในบางพื้นที่ด้วย
ด้านคณะกรรมาธิการเจรจาระดับสูง (เอชเอ็นซี) องค์กรกลางทางการเมืองต่อต้านรัฐบาลซีเรียที่ได้รับความสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบีย ออกแถลงการณ์คัดค้านการให้รัสเซียแสดงบทบาทผู้นำในการเจรจาหยุดยิงคู่กับสหรัฐ เนื่องจากรัฐบาลมอสโกถือเป็น "คู่กรณีโดยตรง" ในสงครามซีเรีย การให้รัฐบาลมอสโกเข้ามามีบทบาอาจกลายเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่ฝ่ายอัสซาดมากกว่า แต่เอชเอ็นซียืนยันพร้อมปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง
อย่างไรก็ตาม กลับยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า สมรภูมิรบในแนวหน้าที่ยังคงต่อสู้กันอย่างดุเดือดจะสามารถพักรบได้ชั่วคราวจริงหรือไม่ อีกทั้งข้อตกลงไม่ระบุชัดเจนเกี่ยวกับปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของทั้งสหรัฐและรัสเซียเพื่อกวาดล้าง "กลุ่มก่อการร้าย" แต่กำหนดให้กลุ่มไอเอสและกลุ่มอัล-นุสราไม่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงครั้งนี้ ขณะที่ตุรกียังคงระดมยิงปืนใหญข้ามพรมแดนใส่กลุ่มนักรบชาวเคิร์ดในซีเรีย และยืนยันจะไม่ยุติการโจมตีโดยง่าย
ทั้งนี้ การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมีความคืบหน้าครั้งสำคัญ เมื่อเป็นครั้งแรกที่เครื่องบินลำเลียงของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้รับการเปิดทางให้บินผ่านเมืองเดอีร์ อัล-ซอร์ ทางตะวันออกของซีเรีย เพื่อหย่อนถุงเสบียงจำนวนมากที่มีน้ำหนักรวม 21 ตัน สำหรับช่วยเหลือประชาชนราว 200,000 คนในพื้นที่





