กลุ่มสหภาพยุโรป-องค์กรระหว่างประเทศ ร่วมตั้งกองทุนระดมทุนสำหรับช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย ตั้งเป้า 3.9 แสนล้านบาท ภายในปี 2563
บรรดาผู้นำจากนานาชาติโดยกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ร่วมหารือระดมทุนสำหรับช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย ที่กรุงลอนดอนของอังกฤษ เมื่อวันพฤหัส โดยที่ประชุมให้คำมั่นจะให้เงินสนับสนุนราว 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 391,196 ล้านบาท) ภายในปี 2563 โดยแบ่งเป็น 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 213,380 ล้านบาท) ภายในปีนี้ และอีก 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 177,871 ล้านบาท) ภายในปี 2563
ก่อนหน้านี้ สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ตั้งเป้าขอระดมทุนสำหรับการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวซีเรียไว้ที่ 7,730 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 274,904 ล้านบาท) ขณะที่รัฐบาลประเทศต่างๆ ในภูมิภาคที่เป็นแหล่งพักพิงหลักของผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย เช่น ตุรกี เลบานอน และจอร์แดน ร้องขอเงินช่วยเหลืออีก 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 42,676 ล้านบาท) โดยนายเดวิด คาเมรอน ผู้นำอังกฤษ กล่าวว่า เงินเหล่านี้จะได้รับการจัดสรรเพื่อเติมเต็มความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ซึ่งรวมถึงการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ลี้ภัยด้วยการสนับสนุนด้านการศึกษาและอาชีพ ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงในภูมิภาค
มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนการยับยั้งการทะลักเข้ายุโรปของผู้อพยพ ด้วยการให้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่ผู้ลี้ภัยในภูมิภาค นายคาเมรอน กล่าวว่า ประชาคมโลกจะให้ความช่วยเหลือแก่ 3 ประเทศที่เป็นศูนย์ลี้ภัยหลักแก่ผู้อพยพชาวซีเรีย ทั้งด้านการศึกษาและการสร้างงาน รวมถึงสนับสนุนเงินกู้ยืม 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.4 ล้านล้านบาท) จากสถาบันการเงิน และการเปิดโอกาสทางการค้าสู่ตลาดยุโรปมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดการจ้างงานกว่า 1 ล้านตำแหน่ง ทั้งสำหรับผู้ลี้ภัยและพลเมือง





