นักวิจัยจากบราซิลชี้ การให้นมบุตรจากอกแม่นานขึ้นอาจช่วยเศรษฐกิจโลกได้ราว 300,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี เนื่องจากจะทำให้เด็กฉลาดขึ้น
นักวิจัยจากบราซิลชี้ การให้นมบุตรจากอกแม่นานขึ้นอาจช่วยเศรษฐกิจโลกได้ราว 300,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี เนื่องจากจะทำให้เด็กฉลาดขึ้นและมีอาชีพที่รายได้ดีในอนาคต
ผลวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์แลนเซ็ตเก็บข้อมูลจากเด็กทารก 3,500 คน ตั้งแต่แรกเกิดจนจบการศึกษาและมีงานทำพบว่า เด็กที่กินนมแม่เป็นระยะเวลานานกว่าเด็กคนอื่นๆ จะมีไอคิวที่สูงกว่าเด็กที่กินนมแม่ในระยะเวลาที่สั้นกว่า เมื่อเทียบจากการทดสอบไอคิวในช่วงที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว
ผลวิจัยยังระบุว่า อัตราการให้นมบุตรจากอกแม่สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือนที่เพิ่มขึ้นเป็น 90% ในสหรัฐ จีน และบราซิล และเพิ่มเป็น 45% ในอังกฤษ อาจช่วยลดค่ารักษาอาการป่วยทั่วไปของเด็ก เช่น โรคปอดบวม โรคท้องร่วง และโรคหืดได้อย่างมหาศาลโดยคาดว่าผู้ปกครองในสหรัฐจะประหยัดเงินได้ราว 2,450 ล้านดอลลาร์ ในอังกฤษ29,500 ล้านดอลลาร์ ในจีน223.6 ล้านดอลลาร์ และในบราซิล 6 ล้านดอลลาร์
นายเซซาร์ วิคตอรา นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสหพันธ์เพโลตาสในบราซิล หนึ่งในผู้ทำวิจัยชิ้นนี้กล่าวว่า การให้นมบุตรจากอกแม่ช่วยรักษาชีวิตและประหยัดเงินได้ในทุกประเทศทั้งในกลุ่มคนรวยและคนจน ปัจจุบันในประเทศยากจนยังมีความเข้าใจผิดเป็นวงกว้างเกี่ยวกับประโยชน์จากการให้นมบุตรจากอกแม่ ซึ่งในความเป็นจริงนั้น วิธีการดังกล่าวเป็นผลดีต่อสุขภาพของเด็กมากที่สุด
นอกจากนี้ ผลวิจัยยังชี้ว่า การให้นมบุตรจากอกแม่ยังช่วยรักษาชีวิตของเด็กได้กว่า800,000 คนต่อปี หรือราว 13% ของจำนวนเด็กที่เสียชีวิตขณะอายุไม่ถึง 2 ขวบ และลดการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเต้านมได้ราว 20,000 คนต่อปี





