ทางการซาอุดีอาระเบียเล็งดึงดูดเงินลงทุนเพิ่มจากนักลงทุนต่างประเทศในภาคที่ไม่เกี่ยวกับน้ำมัน หลังจากราคาน้ำมันในปัจจุบันลดลงอย่างต่อเนื่อง
ผู้ว่าการสำนักการลงทุนทั่วไปแห่งซาอุดีอาระเบีย นายอับดุลลาทิฟ อัล-ออธมาน แถลงว่า ตั้งเป้าที่จะดึงดูดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือเอฟดีไอเพิ่มอีกอย่างน้อย 2 เท่าภายใน 10 ปีข้างหน้า โดยจะเน้นไปที่ภาคอุตสาหกรรมใหม่ๆ เช่น เหมืองแร่ การดูแลสุขภาพ หรือเฮลธ์แคร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือไอที
นอกจากนี้ นายออธมานเสริมว่า กำลังหาทางเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคธุรกิจของประเทศ โดยเล็งฝึกอาชีพให้กับประชาชน รวมถึงพัฒนาการศึกษาและนวัตกรรม โดยแผนการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงนโยบายเศรษฐกิจขนานใหญ่ของรัฐบาลซาอุดีอาระเบียเนื่องจากรัฐบาลพยายามหาทางปรับตัวให้เข้ากับยุคราคาน้ำมันถูก
อย่างไรก็ตาม ทางการซาอุดีอาระเบียยังต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญ เช่น ระบบราชการที่เชื่องช้าและกฎหมายที่ล้าสมัยซึ่งบั่นทอนการลงทุนจากต่างประเทศในอดีต รวมถึงปัญหาราคาน้ำมันร่วงที่ฉุดการเติบโตของประเทศในปัจจุบัน
ข้อมูลของการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรืออังค์ถัด ระบุว่าเอฟดีไอของซาอุดีอาระเบียเคยแตะระดับสูงสุดที่ประมาณ 40,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1.394 ล้านล้านบาทในปี 2552 แต่หลังจากนั้นก็ลดลงอย่างต่อเนื่องและมาอยู่ที่ 8,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 278,800 ล้านบาทในปี 2557





