รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน เรียกร้องซาอุดีอาระเบีย-อิหร่าน อดทนอดกลั้นต่อความขัดแย้ง
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน “นายจาง หมิง” กล่าวระหว่างเยือนซาอุดีอาระเบียและอิหร่านเมื่อสัปดาห์ก่อน เรียกร้องให้สองประเทศใจเย็นและอดทนอดกลั้นต่อความขัดแย้ง
กระทรวงต่างประเทศแถลงผ่านเว็บไซต์ว่า การเยือนซาอุดีอาระเบียและอิหร่านเป็นเวลาสองวันเมื่อสัปดาห์ก่อน นายจางได้พบกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสองประเทศ โดยที่ซาอุดีอาระเบียนายจางแสดงความหวังว่า ขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสงบนิ่งและอดทนอดกลั้น แก้ปัญหาความขัดแย้งผ่านกระบวนการเจรจา และใช้ความพยายามร่วมกันผลักดันสถานการณ์ไปสู่การผ่อนคลายความตึงเครียด
ส่วนที่อิหร่านนายจางได้ตอกย้ำเจตนารมย์เดิม พร้อมตั้งความหวังว่าทุกฝ่ายจะประสานงานกันรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค
ซาอุดีอาระเบียตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่านตั้งแต่ช่วงต้นปี หลังจากผู้ประท้วงบุกเข้าโจมตีสถานทูตซาอุดีอาระเบียในกรุงเตหะราน เพื่อตอบโต้ที่ซาอุดีอาระเบียประหารชีวิต “ชีค นิมร์ อัล-นิมร์” นักการศาสนานิกายชีอะห์ เมื่อวันที่ 2 ม.ค.
ความตึงเครียดระหว่างมหาอำนาจซุนนีและชีอะห์ในครั้งนี้ ได้สั่นสะเทือนไปทั่วตะวันออกกลางและโลกมุสลิม ทำให้ความพยายามแก้ไขความขัดแย้งในซีเรียและเยเมนยุ่งยากยิ่งขึ้น
ส่วนจีนนั้นต้องพึี่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางสูงมาก แต่ไม่ค่อยแสดงบทบาททางการทูตและความขัดแย้งในภูมิภาค จนกระทั่งเมื่อเร็ว ๆ นี้จีนได้เริ่มแสดงบทบาทในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในเรื่องวิกฤตซีเรียซึ่งเมื่อเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลปักกิ่งได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากทั้งรัฐบาลซีเรียและฝ่ายต่อต้าน เพื่อหาข้อมติทางการเมืองเพื่อแก้ไขปัญหา แม้ว่ามาตรการของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ที่ต้องการแก้ไขความขัดแย้งในซีเรียจะเคยถูกตีตกไปถึงสี่ครั้ง ล่าสุดยูเอ็นเอสซีได้พยายามหาทางสอบสวนเหตุอาชญากรรมสงครามในซีเรีย





