คูเวตกลายเป็นรัฐในอ่าวอาหรับรายล่าสุดที่เรียกทูตออกจากอิหร่าน เพื่อประท้วงเหตุโจมตีสถานทูตและสถานกงสุลซาอุดีอาระเบียในอิหร่านเมื่อวันก่อน
สำนักข่าวเคยูเอ็นเอของทางการคูเวต รายงานอ้างแถลงการณ์จากกระทรวงต่างประเทศ ระบุว่า การโจมตีสถานทูตและสถานกงสุลสะท้อนให้เห็นถึงการละเมิดข้อตกลงและบรรทัดฐานระหว่างประเทศของอิหร่าน ในเรื่องความปลอดภัยในการปฏิบัติภารกิจทางการทูตและความปลอดภัยของนักการทูต
คำประกาศเรียกทูตกลับประเทศของคูเวต เกิดขึ้นหลังจากซาอุดีอาระเบียและบาห์เรน ซึ่งมีชาวมุสลิมนิกายซุนนีเป็นคนส่วนใหญ่ ได้ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่านซึ่งมีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ ส่วนในคูเวตมีประชากรที่นับถือนิกายชีอะห์อยู่ราว 1.3 ล้านคน
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลคูเวตไม่ได้ขับทูตอิหร่านออกจากคูเวต และไม่ได้ลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์หรือยูเออี ได้เรียกทูตของตนกลับประเทศ และลดระดับความสัมพันธ์กับอิหร่านลงแล้ว โดยที่บาห์เรน คูเวต ซาอุดีอาระเบีย และยูเออีต่างเป็นสมาชิกสภาความร่วมมืออ่าวอาหรับหรือจีซีซี เช่นเดียวกับโอมานและกาตาร์





