รัฐบาลสหรัฐเสนอรายละเอียดมาตรการควบคุมอาวุธปืน ที่จะให้ประธานาธิบดีใช้อำนาจออกคำสั่งบังคับใช้ โดยไม่ต้องอาศัยอำนาจสภาคองเกรสพิจารณาเห็นชอบ
รัฐมนตรียุติธรรมสหรัฐ นางลอเร็ตต้า ลินช์ พร้อมด้วยนายเจมส์ โคมีย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลาง หรือเอฟบีไอ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากหน่วยบังคับใช้กฎหมายเข้าพบประธานาธิบดีบารัก โอบามา ที่ห้องทำงานรูปไข่เมื่อวาน พร้อมกับเสนอแนวทางในการออกมาตรการควบคุมอาวุธปืนโดยอาศัยอำนาจการออกคำสั่งประธานาธิบดี โดยไม่จำเป็นต้องขอมติเห็นชอบจากสภาคองเกรส
คาดว่าประธานาธิบดีโอบามาจะประกาศรายละเอียดในวันนี้ แต่เบื้องเจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า ต่อไปนี้สำนักงานควบคุมแอลกอฮอลล์ ยาสูบ อาวุธปืน และระเบิด จะกำหนดให้ผู้จำหน่ายอาวุธปืนผ่านอินเทอร์เน็ต ร้านค้า และงานแสดงอาวุธปืน ต้องได้รับใบอนุญาตจำหน่ายและตรวจสอบประวัติผู้ซื้ออย่างเข้มงวด
นอกจากนี้ ทำเนียบขาวเปิดเผยรายละเอียดของมาตรการใหม่ด้วยว่า จะกำหนดให้แต่ละรัฐแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่มีปัญหาสุขภาพทางจิตหรือใช้ความรุนแรงในครอบครัว เอฟบีไอจะจ้างเจ้าหน้าที่ตรวจสอบประวัติผู้ซื้อปืนเพิ่มอีก 230 คน และรัฐบาลจะขอให้สภาคองเกรสจัดสรรงบประมาณ 500 ล้านดอลลาร์เพื่อปรับปรุงสถานบำบัดผู้มีปัญหาทางจิต
ขณะเดียวกันกระทรวงกลาโหม ยุติธรรมและความมั่นคงภายในจะร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีปืนอัจฉริยะเพื่อเพิ่มความปลอดภัยของอาวุธปืน
ขณะที่มีแนวโน้มว่าโอบามาอาจต้องเผชิญการต่อสู้ทางกฎหมายเพื่อคัดค้านการใช้อำนาจประธานาธิบดีออกมาตรการเหล่านี้ โดยพรรครีพับลิกันกล่าวหาว่าเป็นการใช้อำนาจในทางมิชอบและขัดต่อรัฐธรรมนูญและมีรายงานด้วยว่าพรรครีพับลิกันอาจพยายามขัดขวางเรื่องงบประมาณสนับสนุนมาตรการดังกล่าว แต่ประธานาธิบดีโอบามายืนยันว่า มาตรการใหม่นี้ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนุญฉบับแก้ไขครั้งที่สอง ที่ให้สิทธิแก่ประชาชนชาวอเมริกันในการพกอาวุธปืน
นายโอบามาพยายามหาทางใช้อำนาจประธานาธิบดีเพื่อควบคุมอาวุธปืนหลังจากการผลักดันออกกฎหมายอาวุธปืนในสภาคองเกรสไม่ประสบความสำเร็จ ในขณะที่ยังคงเกิดโศกนาฏกรรมจากอาวุธปืนบ่อยครั้ง




