ผู้เชี่ยวชาญชี้ มีหลายปัจจัยทำให้เบลเยียมเป็นแหล่งรวมผู้ก่อการร้ายหลายราย ส่วนหนึ่งเกิดจากความแตกต่างทางเศรษฐกิจและสังคม
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า มีหลายปัจจัยที่ทำให้เบลเยียม ประเทศเล็กๆ ในยุโรปที่ขึ้นชื่อเรื่องช็อกโกแลตและการ์ตูนตินตินกลายเป็นประเทศที่มีผู้ก่อการร้ายกบดานจำนวนมากหลังเกิดเหตุร้ายที่กรุงปารีสของฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
เว็บไซต์นิวส์ ดอทคอม ดอทเอยู (News.com.au) ของออสเตรเลียรายงานอ้างบรรดาผู้เชี่ยวชาญและสถานีโทรทัศน์บีบีซีของอังกฤษว่า ชาวเบลเยียมที่พัวพันกับการก่อการร้ายส่วนใหญ่มีเชื้อสายโมร็อกโกแต่มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคมแตกต่างกันไป หลายคนเติบโตในครอบครัวที่มีความหลากหลายด้านเชื้อชาติหรือโตในต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้มีปัญหาเรื่องอัตลักษณ์ของตนเองและหันไปหาอิสลามสายเคร่ง
ทางการเบลเยียมเปิดเผยว่า จากการจับกุมผู้ต้องสังสัยโยงเหตุโจมตีกรุงปารีส 7 จุดทั่วประเทศ มี 3 จุดอยู่ในย่านโมเลนบีคซึ่งผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ขณะที่นายอับเดลฮามิด อาบาอูด ผู้ต้องสงสัยบงการเหตุวินาศกรรมกรุงปารีสที่ถูกตำรวจฝรั่งเศสวิสามัญฆาตกรรมเมื่อสัปดาห์ก่อน ก็เติบโตในย่านนี้
นายบิลาล เบนยาอีช นักวิชาการจากสถาบันอิทิเนราในกรุงบรัสเซลส์บอกว่า ปัจจุบันย่านโมเลนบีคซึ่งติดกับกรุงบรัสเซลส์ กลายเป็นจุดพักของบรรดาคนหัวสุดโต่งและอาชญากรทุกประเภท และด้วยความที่เป็นชุมชนเล็กๆ ทำให้เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การหลบซ่อนตัว
ขณะที่นายกเทศมนตรีกรุงบรัสเซลส์ นายฟรังซัวส์ เชปแมนส์ ซึ่งอาศัยอยู่ในย่านโมเลนบีคมา 50 ปีกล่าวว่า ชื่อเสียงด้านลบของย่านโมเลนบีคที่ว่าเป็นแหล่งกบดานของกลุ่มสุดโต่งเป็นเรื่องเกินจริงแต่ยอมรับว่าในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา มีผู้อพยพจำนวนมากมาอาศัยในย่านนี้ทำให้อัตลักษณ์ความเป็นเบลเยียมถูกกลืนไปจนหมด โดยปัจจุบัน8 ใน 10 ของผู้อยู่อาศัยโมเลนบีคเป็นคนมุสลิมเชื้อสายโมร็อกโก
ทั้งนี้ เบลเยียมเป็นแหล่งรวมชุมชนคนเชื้อสายโมร็อกโกขนาดใหญ่ ซึ่งมีมากถึงประมาณ 500,000 คน หรือราวเกือบ 5% จากจำนวนประชากรทั้งหมด 11 ล้านคน
ผู้เชี่ยวชาญด้านกลุ่มสุดโต่งในเบลเยียม นายปิเอเตอร์ แวน ออสแตเยน คาดการณ์ว่า หากเทียบเป็นรายหัว เบลเยียมถือเป็นชาติยุโรปที่มีพลเมืองไปร่วมรบในซีเรียมากที่สุดอยู่ที่ประมาณ 350-550 คน รวมถึงผู้หญิงและวัยรุ่นอายุน้อยถึง 16 ปี และสมาชิกกลุ่มติดอาวุธหลายคนเดินทางกลับเบลเยียมโดยมีเป้าหมายโจมตีในประเทศ
นอกจากนี้ รายงานระบุด้วยว่า ทางการเบลเยียมเผชิญกับเสียงวิจารณ์หนาหูว่าไม่สามารถทำให้ชาวมุสลิม 650,000 คนเข้ากับสังคมได้อย่างกลมกลืน
ขณะที่ชาวเบลเยียมเองก็มีความแตกแยกระหว่างผู้พูดภาษาดัตช์ 6.5 ล้านคนในเขตฟลานเดอร์ส ทางตอนเหนือของประเทศ กับผู้พูดภาษาฝรั่งเศสอีก 4.5 ล้านคนในเขตวัลโลเนีย ทางตอนใต้ของประเทศและในกรุงบรัสเซลส์ เนื่องจากทางการทั้งสองเขตต่างไม่ไว้วางใจกันทำให้เกิดความล่าช้าและไร้ประสิทธิภาพในการความร่วมมือด้านความมั่นคง




