วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เอ็นแอลดี' กวาดที่นั่งถล่มทลายสองสภา

กกต.เมียนมาร์เผย พรรคของ "ออง ซาน ซูจี" กวาดที่นั่งแบบถล่มทลายในสองสภา ส่วนนานาชาติยินดีกับชาวเมียนมาร์และชมการเลือกตั้งที่ผ่านไปด้วยดี

คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือกกต.ของเมียนมาร์ประกาศผลการเลือกตั้งเป็นวันที่สองในวันนี้ (10 พ.ย.) ปรากฎว่า พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือเอ็นแอลดี ครองที่นั่งส่วนใหญ่ในสองสภาเอาไว้ได้ และมีโอกาสสูงมากที่จะได้ตั้งรัฐบาลชุดหน้า ซึ่งจะส่งผลให้นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอย่างนางออง ซาน ซูจี ได้ครองอำนาจและกำหนดภูมิทัศน์ทางการเมืองเมียนมาร์

กกต.เมียนมาร์แถลงว่า ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเอ็นแอลดีได้ 78 ที่นั่ง พรรคสหสามัคคีและการพัฒนาหรือยูเอสดีพี ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลได้ 5 ที่นั่ง พรรคอื่นๆ ได้ไปอีก 5 ที่นั่ง ส่วนวุฒิสภาที่ประกาศผลแล้วพรรคเอ็นแอลดีได้ไปถึง 143 ที่นั่ง ขณะที่พรรคยูเอสดีพีได้ 12 ที่นั่ง พรรคอื่นๆ อีก 10 ที่นั่ง ถือเป็นชัยชนะอย่างถล่มทลายของพรรคเอ็นแอลดี

ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรมีทั้งหมด 440 ที่นั่ง มาจากการเลือกตั้ง 330 ที่นั่ง อีก 110 ที่นั่งเป็นโควต้าของกองทัพ ส่วนวุฒิสภามีทั้งหมด 224 ที่นั่ง มาจากการเลือกตั้ง 168 ที่นั่ง อีก 56 ที่นั่งมาจากตัวแทนของกองทัพ

อย่างไรก็ตาม กองทัพเมียนมาร์ก็ยังมีอำนาจที่มองข้ามไม่ได้ เพราะสามารถแต่งตั้งทหารเข้าไปนั่งในสภาผู้แทนราษฎรได้ถึง 1 ใน 4 ของสภา อีกทั้งผู้บัญชาการทหารสูงสุดยังเป็นคนเสนอชื่อรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญ 3 กระทรวงคือ กระทรวงมหาดไทย กลาโหม และความมั่นคงชายแดน และผู้บัญชาการทหารสูงสุดมีสิทธิบริหารประเทศภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินได้

แม้ว่ากองทัพได้ประกาศแล้วว่าจะยอมรับผลการเลือกตั้ง แต่นักวิเคราะห์หลายคนยังเชื่อว่า เริ่มมีเค้าลางของความไม่แน่นอนแล้ว เพราะยังไม่แน่ว่านางซูจี จะสามารถเจรจาแบ่งสรรอำนาจกับเหล่านายพลได้โดยง่ายหรือไม่

“ยูเอ็น” ชมสปิริตเมียนมาร์แห่เลือกตั้ง

โฆษกของสหประชาชาติ หรือยูเอ็น นายสเตฟาน ดูยาร์ริค แถลงว่าเลขาธิการยูเอ็น นายบัน คี-มูน ได้แสดงความยินดีต่อชาวเมียนมาร์และชื่นชมความอดทน ความมีเกียรติและความกระตือรือร้นของพวกเขาจากการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศ

นอกจากนี้ เลขาธิการยูเอ็นยังเรียกร้องให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายในเมียนมาร์รักษาจิตวิญญาณที่สง่างามนี้ไว้ รวมทั้งรอฟังผลเลือกตั้งอย่างสงบและเคารพกระบวนการเลือกตั้ง

สหรัฐยินดีเลือกตั้งเมียนมาร์

ด้านโฆษกทำเนียบขาวของสหรัฐ นายจอช เอิร์นเนสต์แถลงแสดงความยินดีต่อประชาชนชาวเมียนมาร์ หลังการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายนผ่านไปได้ด้วยดี แต่ยังมองว่าเมียนมาร์จำเป็นต้องดำเนินการเพิ่มเติม เพื่อทำให้เกิดประชาธิปไตยที่มีประสิทธิภาพในประเทศ

นายเอิร์นเนสต์เสริมว่า เป็นเรื่องสำคัญที่แกนนำการเมืองทุกฝ่ายจะต้องทำงานร่วมกันเพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และมีส่วนร่วมในการสร้างความสมานฉันท์ขึ้นในประเทศอย่างไรก็ดี โฆษกทำเนียบขาวเตือนว่า ยังเร็วเกินไปที่จะบอกได้ว่าผลการเลือกตั้งครั้งนี้จะทำให้สหรัฐเปลี่ยนแปลงนโยบายที่มีต่อเมียนมาร์หรือไม่

“อียู” ชมเลือกตั้งเมียนมาร์ดีเกินคาด

หัวหน้าคณะผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งจากสหภาพยุโรป หรืออียู นายอเล็กซานเดอร์ กราฟ แลมบ์สดอร์ฟ แถลงที่นครย่างกุ้งเมื่อเที่ยงวันนี้ยกย่องเมียนมาร์ที่จัดการเลือกตั้งเสรีทั่วประเทศครั้งแรกในรอบ 25 ปี ได้อย่างราบรื่นและดีเกินคาด แต่ยังมีสิ่งที่ต้องดำเนินการเพิ่ม และจำเป็นต้องมีการปฏิรูปเพิ่มเติม เพื่อสร้างหลักประกันถึงการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรมอย่างแท้จริงในอนาคต

นายแลมบ์สดอร์ฟระบุว่า แม้คณะผู้สังเกตการณ์จะกังวลเรื่องกระบวนการเลือกตั้งและหน่วยเลือกตั้ง แต่มีรายงานเข้ามาว่า 95% ของภาพรวมการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปด้วยดีหรือดีมาก ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมาก