นักวิจัย ชี้ อุณหภูมิโลกที่เพิ่มขึ้นกระทบพื้นที่ชายฝั่งจีน หนักสุด เหตุครอบคลุมพื้นที่ 4 ใน 10 เมืองชายฝั่ง เสี่ยงจมจากน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้น
ไคลเมต เซนทรัล องค์การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก เผยรายงานเมื่อวันอาทิตย์ ระบุว่า แม้ที่ประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ หรือ คอป 21 (COP 21) ซึ่งจะมีขึ้นที่กรุงปารีสของฝรั่งเศสในปลายเดือนนี้ จะมีมติเห็นชอบกำหนดขีดจำกัดการเพิ่มของอุณหภูมิโลกไว้ที่ 2 องศาเซลเซียส แต่ก็จะยังคงส่งต่อพื้นที่ชายฝั่งทั่วโลก ซึ่งคาดว่าจะมีประชากรได้รับผลกระทบราว 280 ล้านคน
นายเบน สเตราส์ รองประธานฝ่ายศึกษาวิจัยด้านผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศและระดับน้ำทะเลของไคลเมต เซนทรัล กล่าวว่า อุณหภูมิโลกที่เพิ่มขึ้น 2 องศาเซลเซียส จะสร้างความเสียหายที่ชัดเจนในระยะยาวต่อพื้นที่ชายฝั่ง และหากเพิ่มเพดานกำหนดมาเป็น 4 องศาเซลเซียส จะทำให้สถานการณ์ยิ่งรุนแรงขึ้น มีประชากรโลกได้รับผลกระทบกว่า 600 ล้านคน โดยในระดับ 2 องศาเซลเซียสจะทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น 4.7 เมตร ขณะที่ระดับ 4 องศาเซลเซียสอาจทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นอีกเกือบเท่าตัว
จีนเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักสุดในระดับ 4 องศาเซลเซียส ในจำนวน 10 เมืองใหญ่ที่มีความเสี่ยงสูงสุด 4 แห่งอยู่ในจีน ได้แก่ นครเซี่ยงไฮ้ เมืองเทียนจิน เกาะฮ่องกง และเมืองไท่โจวในมณฑลเจ้อเจียง คาดว่าจะกระทบประชาชนราว 44 ล้านคนในจีน 34 ล้านคนในญี่ปุ่น 25 ล้านคนในสหรัฐ 20 ล้านคนในฟิลิปปินส์ 19 ล้านคนในอียิปต์ และ 16 ล้านคนในบราซิล
การวิจัยนี้อาศัยรูปแบบทางการขยายตัวของมหาสมุทรในสภาวะที่อุณหภูมิโลกอุ่นขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการละลายของธารน้ำแข็งและแผ่นน้ำแข็งกรีนแลนด์และเวสต์แอนตาร์กติก แม้จะคาดการณ์ระดับความรุนแรงได้ แต่ยังคงเป็นเรื่องยากที่จะระบุว่าได้ว่าจะเกิดขึ้นรวดเร็วแค่ไหน โดยนักวิจัยคาดว่ารายงานฉบับนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของประเด็นการหารือของการประชุมคอป 21 ระหว่างวันที่่ 30 พ.ย. - 11 ธ.ค. นี้ ซึ่งมีเป้าหมายอยู่ที่ขีดจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกโดยเฉลี่ยไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส จากอุณหภูมิเฉลี่ยช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรม โดยวิธีการที่ดีที่สุดในการชะลอการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภาวะโลกร้อน คือการตัดลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก





